มือที่กำลังถอนหญ้าของหลินชิงเยวี่ยหยุดลงอีกครั้ง แสงแดดตกกระทบขนตาที่หลุบต่ำ ทอดเงาเล็ก ๆ ลงมา น้ำเสียงของเธอสงบนิ่งราวกับกำลังเล่าเรื่องของคนอื่น “เธอบอกว่าฉันเป็นพี่สาว ต้องยอมน้องสาว ตอนแรกพ่อก็ไม่พูดอะไรสักคำ ปล่อยให้แม่ลูกคู่นั้นแย่งงานของฉันไป”
“นี่มันคนแบบไหนกัน!” หลี่หมานหมานโกรธจนกระทืบเท้า “เขายังเป็นพ่อแท้ ๆ ของเธออยู่ไหม! งานในชนบทมันเหนื่อยแค่ไหน น้องสาวต่างมารดาอยู่บ้านสุขสบาย แล้วทำไมเธอต้องมาลำบากแบบนี้!”
หลินชิงเยวี่ยยกมุมปากเล็กน้อย มัดหญ้าที่ตัดเสร็จเป็นฟ่อน ท่าทางคล่องแคล่วว่องไว “ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ตอนนี้เป็นแบบนี้ก็ไม่ได้แย่อะไร”
“อย่างน้อยก็ไม่ต้องฟังคำพูดเย็นชาในบ้านทุกวัน ไม่ต้องเห็นน้องสาวต่างมารดาถือของที่ควรเป็นของฉันมาเดินอวดต่อหน้า”
หลี่หมานหมานมองหลินชิงเยวี่ยอย่างเห็นใจ แล้วถามว่า “ชิงเยวี่ย ทำไมเธอไม่ต่อต้านล่ะ?”
หลินชิงเยวี่ยเองก็อยากถามตัวเองเหมือนกัน ชาติก่อนทำไมถึงโง่ขนาดนั้น ไม่รู้จักต่อต้าน ถ้าชาติก่อนเธอสู้บ้าง ก็คงไม่ต้องตายอย่างน่าอนาถในชนบท ยังดีที่สวรรค์เมตตา ให้โอกาสเธอได้เลือกใหม่อีกครั้ง
“ชิงเยวี่ย...”
หลินชิงเยวี่ยได้สติกลับมา ยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันต่อต้านแล้ว ฉันขายงานทิ้ง แล้วก็สมัครให้น้องสาวต่างมารดาไปตะวันตกเฉียงเหนืออันไกลโพ้น”
“หา...”
หลี่หมานหมานตกใจจนลูกตาแทบถลน ปากอ้าค้างอยู่นานกว่าจะหุบลง ครู่ใหญ่จึงลดเสียงถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ “เธอ...เธอทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?”
