หลินชิงเยวี่ยไม่ได้ฟังคำชวนของเขาให้ไปพักข้าง ๆ แต่ยังคงก้มเก็บรวงข้าวสาลีอยู่ด้านหลังเขาอย่างช้า ๆ
จางเอ้อโกวที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองภาพนั้น แล้วกระซิบกับเสิ่นต้าไห่ว่า “ต้าไห่ ดูสิ ทำไมฉันรู้สึกว่าพี่เช่อกับปัญญาชนหลินดูไม่เหมือนเดิมเลย”
เสิ่นต้าไห่เหลือบมองเขา ก่อนจะมองไปทางหลินชิงเยวี่ยกับคนอื่น ๆ “ไม่เหมือนตรงไหน ก็ยังดูปกติดีนี่”
“ไม่สิ เปลี่ยนไปจริง ๆ นายลองดูดี ๆ” จางเอ้อโกวกดเสียงต่ำ ใช้ศอกสะกิดเสิ่นต้าไห่ “ตอนเช้ารอยยิ้มตรงมุมปากของพี่เช่อน่ะหุบไม่ลงเลย แต่นายดูตอนนี้สิ ขมวดคิ้วแน่นเชียว”
เสิ่นต้าไห่ได้ยินดังนั้นก็หรี่ตามองอย่างละเอียด แล้วก็เห็นความผิดปกติอยู่บ้างจริง ๆ “จริงด้วย เพิ่งผ่านไปแค่ครึ่งวันเอง หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นนะ!”
“หรือว่าสองคนนั้นทะเลาะกัน? ไม่ก็...”
“พอ ๆ ๆ...” จางเอ้อโกวยังพูดไม่ทันจบก็ถูกเสิ่นต้าไห่ถลึงตาใส่จนต้องหยุด “นายทำตัวเหมือนสายลับไปได้ อย่าเอาแต่พูดเพ้อเจ้อ เรื่องของพี่เช่อไม่ใช่เรื่องที่พวกเราจะเอามาวิจารณ์ได้ รีบทำงานเถอะ ระวังหัวหน้าทีมเห็นว่าแอบอู้งาน”
จางเอ้อโกวเบ้ปาก ไม่กล้าพูดต่อ ได้แต่ก้มหน้าตัดข้าวสาลีต่อไป ทว่าสายตาก็ยังอดเหลือบมองไปทางนั้นไม่ได้
ทางหมู่บ้านชิงชาน หลินเว่ยเว่ยกำลังร้อนใจอยากตามหาหลินชิงเยวี่ยให้เจอ เพื่อเอาทุกอย่างที่ควรเป็นของตนกลับคืนมาตามความฝัน เธออ้อนวอนหัวหน้าทีมอยู่นาน แถมยังแอบยัดเงินสามหยวนให้ ถึงได้ลาหยุดมาสองวัน
ทันทีที่ลาได้ เธอกับเฉินจื่อหมิงก็รีบมุ่งหน้าไปคอมมูนเพื่อสืบข่าวคราวของหลินชิงเยวี่ย
