เธอนั่งอยู่ตรงนี้มานานมากแล้ว สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่แหวนเพชร พลางครุ่นคิดว่าควรสารภาพความจริงกับเขาดีหรือไม่
จู่ ๆ ประตูก็ถูกเปิดออก ไป่ลั่วหันไปมองโดยไม่รู้ตัว
เป็นฉีเจี้ยน...
บ้าจริง! เขาไม่ได้อยู่ในอีกห้องหรอกเหรอ ทำไมจู่ ๆ ถึงเดินมาที่นี่ล่ะ
ฉีเจี้ยนชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นเธอ พอเห็นว่าในมือเธอยังถือแหวนของเขาอยู่ คิ้วก็ยิ่งขมวดแน่นกว่าเดิม
“ยังไม่กลับอีกเหรอ”
ไป่ลั่วตกใจ รีบวางแหวนกลับลงไปทันที ไม่กล้าสบตาเขา ในใจรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังจะพังพินาศ
เขาคงไม่รู้ตัวตนของเธอเข้าแล้วหรอกนะ
“ศาสตราจารย์ฉี คือ... ฉันแค่รู้สึกว่าแหวนเพชรวงนี้สวยดี ก็เลยหยิบขึ้นมาดูค่ะ”
เขาเดินเข้ามา ดูท่าทางเหมือนเพิ่งจัดการตัวเองมาเรียบร้อยแล้ว กลิ่นเหล้าตอนเปิดประตูไม่มีเหลืออยู่บนตัวอีก มีเพียงกลิ่นสบู่อาบน้ำจาง ๆ
“คุณชอบเหรอ”
ไป่ลั่วรีบโบกมือ
“เปล่าค่ะ ฉันแค่กรอกแบบฟอร์มเสร็จแล้ว เลยสงสัยขึ้นมานิดหน่อย...”
ฉีเจี้ยนเพียงกวาดตามองเธอแวบหนึ่ง นัยน์ตาลึกล้ำแฝงแววผิดหวังเอาไว้
“ไม่เป็นไร ถ้าคุณไม่รังเกียจ ก็เอาไปเถอะ”
ไป่ลั่วอุทาน “แบบนั้นไม่ดีมั้งคะ ของขวัญชิ้นนี้คุณควรให้คนรักที่คบหาผ่านออนไลน์ของคุณมากกว่า ไม่ค่อยเหมาะเท่าไร บนนี้ยังมีตัวอักษรสี่ตัวอยู่ด้วย... ปลาเค็มปล่อยพังเหรอคะ”
พอพูดจบเธอก็ชะงัก สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา ทำไมเธอถึงหลุดพูดคำว่าปลาเค็มปล่อยพังออกไปได้ล่ะ
จบเห่แล้ว จบเห่แล้ว!
คราวนี้เธอจบเห่จริง ๆ แน่!
ไป่ลั่วยกมือขึ้นกุมหน้าผาก คิดหาทางรับมือกับสถานการณ์นี้
