มณฑลตงไห่ ฐานทัพเจิ้นไห่
ในฐานะหนึ่งในนครทหารที่ใหญ่ที่สุดตลอดแนวชายฝั่งตงไห่ ฐานทัพเจิ้นไห่มีผู้พิทักษ์รัตติกาลประจำการอยู่กว่า 30,000 คนตลอดทั้งปี ทางเข้าเขตสมรภูมิโบราณหวงเฉวียนอยู่ลึกเข้าไปในฐานทัพ
ตอนเจียงหานลงจากเครื่องบิน ยังเหลือเวลาอีก 5 ชั่วโมงกว่าการทดสอบจะเริ่มอย่างเป็นทางการ
ทั่วทั้งสนามบินเต็มไปด้วยใบหน้าของคนหนุ่มสาว ผู้เข้าแข่งขัน 1,200 คนจากทั่วประเทศทยอยเดินทางมาถึง
คนที่มายืนอยู่ที่นี่ไม่มีใครเป็นมือใหม่ธรรมดา อย่างน้อยที่สุดก็เป็นผู้มีอาชีพต่อสู้หายากระดับบี ส่วนระดับเอกพบเห็นได้ทั่วไป
แม้ระดับเอสจะยังคงหาได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับหลายปีจะมีสักคนเหมือนที่นครหลินไห่
“คนที่อยู่ตรงนั้นใช่อันดับหนึ่งของแดนเหนือปีนี้หรือเปล่า?”
“จ้าวเสวียนอู่ อาชีพลับระดับเอส อัศวินมังกรเกราะเสวียน”
“ได้ยินว่าเขาขึ้นไปถึงเลเวล 12 แล้ว”
“12?”
“เพิ่งเปลี่ยนอาชีพได้ 4 วันเองไม่ใช่เหรอ?”
“ซูเชียนอวี่จากนครหลงจิงยิ่งเหลือเชื่อกว่าอีก ได้ยินว่าเป็นอาชีพลับผู้ท่องมิติ ตอนเลเวล 11 เขาลุยดันเจี้ยนลับระดับสูงกว่าเลเวล 15 คนเดียวเลย”
“ลู่ชิงเฉิงจากตงไห่เองก็มาด้วย”
“ขุนพลคุกสายฟ้า เลเวล 12”
เสียงพูดคุยต่าง ๆ ดังมาไม่ขาดสาย เจียงหานฟังผ่าน ๆ อยู่ไม่กี่ประโยค ถึงได้เริ่มรู้สึกว่านี่เป็นการทดสอบร่วมระดับประเทศจริง ๆ
อย่างไรนครหลินไห่ก็เป็นเพียงเมืองธรรมดา เมื่อเทียบกับทั่วประเทศ จำนวนอัจฉริยะที่แท้จริงย่อมเพิ่มขึ้นหลายเท่า
ฉินรั่วเวยมองเขาแวบหนึ่ง
“กดดันไหม?”
“ทำไมต้องกดดัน?” เจียงหานย้อนถาม
ฉินรั่วเวยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็จริง
เมื่อวานตอนเลเวล 14 คนคนนี้ยังใช้ผู้มีอาชีพระดับสามขั้นสูงสุดเลเวล 29 เป็นถุงค่าประสบการณ์อยู่เลย จะให้เขารู้สึกกดดันเพราะมือใหม่เลเวล 12 ไม่กี่คน ก็ออกจะขอมากไปหน่อย
ทั้งสองเดินเข้าไปในโถงลงทะเบียน เจียงหานเพิ่งวางบัตรประจำตัวลงบนเครื่อง เครื่องก็ดังขึ้นหนึ่งครั้ง
