ลวดลายสีเลือดแผ่ออกจากปลายเท้าของเจียงหาน พริบตาเดียวก็โอบล้อมหลุมกระดูกทั้งหลุม
เหรียญทองแดงระหว่างนิ้วของฉินรั่วเวยหยุดหมุนกะทันหัน
“จุดค่ายกลขยับแล้ว”
สิ้นเสียงของนาง เสียงดินแตกกระจายก็ดังต่อเนื่องมาจากผนังหลุม
ตูม! ตูม! ตูม!
เสาค่ายกลสีเลือด 12 ต้นผุดขึ้นจากใต้กองกระดูก ลำต้นพันรัดด้วยเส้นวิญญาณ แต่ละต้นหนาหลายจั้ง
ทางเดินที่เดิมเปิดไว้ให้ทั้งสองคนถูกตัดขาดทันทีที่เสาทั้งหลายผุดขึ้น
ท้องฟ้าสีเทาหม่นเบื้องบนถูกม่านแสงสีแดงฉานปกคลุม
เสียงลมจากภายนอกเงียบหายไป
เจียงหานยืนนิ่งอยู่กับที่ เงยหน้ากวาดตามองรอบหนึ่ง
เสา 12 ต้น
เหมือนกับที่ฉินรั่วเวยคำนวณไว้ไม่มีผิด
“คนมากันแล้ว ยังจะหลบอีกทำไม?”
เสียงของเขาดังก้องอยู่ในหลุมกระดูก สะท้อนกลับมาอย่างว่างเปล่า
ชั่วพริบตาถัดมา ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำก็เดินออกมาจากหลังแท่นกระดูกสีขาวที่นูนขึ้นมา
ชายคนนั้นสวมเกราะรบสีแดงคล้ำ มือถือกระบี่ยักษ์คมหนา ปลายกระบี่ลากผ่านพื้นกระดูก ทิ้งรอยแตกยาวเป็นเส้น
มีแผลเก่าพาดอยู่บนคิ้วซ้ายของเขา เมื่อสายตากวาดผ่านเจียงหาน มุมปากก็ค่อย ๆ แสยะยิ้ม
“เจียงหาน”
“นายมาเร็วกว่าที่คาดไว้อีกนะ”
【อวี่เหวินอิง】
【ระดับ: 44】
【อาชีพ: ยอดฝีมือกระบี่ยักษ์】
【ขั้น: จุดสูงสุดของขั้นสี่】
เจียงหานกวาดตามองข้อมูล ก่อนจะมองข้ามเขาไปยังด้านหลัง
ร่างคนทยอยเดินออกมาทีละคนจากตำแหน่งต่าง ๆ
สามสิบคน
ทุกคนสวมเกราะเบาสีดำแบบเดียวกัน ไม่มีตราสัญลักษณ์บนอก อาวุธก็ถูกลบรหัสประจำรุ่นออกอย่างจงใจ
พวกเขาไม่ส่งเสียงพูด
พอออกมาก็เข้าประจำตำแหน่งทันที ปิดทางผนังหลุม เนินลาด และช่องโหว่ที่เหลืออยู่
พลธนูหลายคนยึดพื้นที่สูง ส่วนผู้ใช้เวทซ่อนตัวอยู่หลังเสาค่ายกล
ประสานงานกันได้อย่างชำนาญ
เห็นได้ชัดว่าซักซ้อมกันมาก่อน
เจียงหันไปมองอวี่เหวินอิง
“ช่วงนี้บ้านนายว่างมากหรือไง?”
แววตาของอวี่เหวินอิงขรึมลง
“ปากแข็งไปก็ไม่มีประโยชน์”
“เรื่องโม่อิ่ง คนในตระกูลรู้กันหมดแล้ว เมื่อคืนหอจันทร์เร้นเกิดเรื่อง นายยังคิดจริง ๆ หรือว่าจะไม่มีใครเดาได้ว่าเป็นฝีมือนาย?”
เจียงหานพยักหน้าเบา ๆ
“ที่แท้ก็รู้แล้ว”
“ฉันนึกว่าธรรมเนียมของตระกูลอวี่เหวินคือพอคนตายแล้วก็ทำเป็นไม่รู้จักเสียอีก”
