ส่วนลึกที่สุดของสุสานคนตายไร้ญาติ มีเสาไม้สีดำกว่าร้อยต้นปักเรียงอยู่บนพื้น
บนเสาแต่ละต้นมีศพถูกมัดไว้
บางศพเป็นมนุษย์ บางศพเป็นปีศาจ และส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาชีพที่เพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน
เส้นลายสีเลือดทอดยาวออกมาจากใต้ศพแต่ละร่าง ก่อนจะไปรวมกันที่แท่นบูชาตรงกลาง
บนแท่นบูชา ชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีเลือดกำลังหลับตา
ตรงหน้าเขามีแก่นผลึกสีดำขนาดเท่ากำปั้นลอยอยู่กลางอากาศ ดวงวิญญาณโปร่งแสงสายแล้วสายเล่าถูกดูดเข้าไปในผลึก
ชายคนนั้นเผยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
“ใกล้แล้ว”
“ขอแค่วิญญาณอีก 100 ดวง”
“รอยแยกก็จะเปิดออกอย่างสมบูรณ์”
ข้าง ๆ มีคนชุดดำหลายคนคุกเข่าอยู่บนพื้น
“ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านนักบวช”
“เมื่อรอยแยกชานเมืองตะวันออกเปิดขึ้น”
“นครหลินไห่ทั้งเมืองก็จะกลายเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ของเทพเจ้าเรา”
ชายชุดคลุมสีเลือดยิ้ม
“พวกโง่ในนครหลินไห่”
“จนป่านนี้ยังคิดว่าเป็นแค่การก่อจลาจลของวิญญาณร้ายธรรมดา”
“กว่าจะรู้ตัว”
“ประตูหุบเหวลึกก็เปิดออกไปนานแล้ว”
ทันทีที่สิ้นเสียง พลันมีเสียงดังมาจากนอกม่านหมอกดำ
“แผนไม่เลว”
“น่าเสียดาย”
“เลือกสถานที่ได้ไม่ค่อยดีเท่าไร”
ทุกคนหันขวับไปพร้อมกัน
“ใคร!”
หมอกดำค่อย ๆ สลาย เจียงหานก้าวออกมา ด้านหลังมีพลทหารหยินกว่าสามสิบตนยืนเรียงแถวอย่างเงียบงัน
ชายชุดคลุมสีเลือดขมวดคิ้ว
“ผู้เรียกวิญญาณรึ?”
เจียงหานไม่ได้อธิบาย
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่วิญญาณซึ่งถูกกระชากออกมาอย่างฝืนใจ กำลังดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดรอบแท่นบูชา
ในนั้นยังมีคนสวมเครื่องแบบผู้พิทักษ์รัตติกาลอยู่หลายคน
เห็นได้ชัดว่าเป็นหน่วยลาดตระเวนชุดแรกที่ขาดการติดต่อไปก่อนหน้านี้
รอยยิ้มบนใบหน้าไป๋อู๋ฉางเย็นเยียบลงเรื่อย ๆ ส่วนไออำมหิตที่แผ่ออกจากกายเฮยอู๋ฉางแทบควบแน่นเป็นรูปร่าง
ชายชุดคลุมสีเลือดเองก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
“แกเป็นใคร?”
“ผ่านมาเฉย ๆ” เจียงหานตอบ
“แวะมาเก็บหนี้ด้วย”
ชายชุดคลุมสีเลือดหรี่ตา
“หนี้อะไร?”
