หลังหลี่จี๋กวงกลับเข้าไปในฝูงชนและหายลับไปอย่างรวดเร็ว จี้ฉางก็อดบ่นไม่ได้
“อะไรกันเนี่ย ยังจะหวังให้ฉันปฏิบัติต่อแสงออโรราอย่างดีอีก ฉันไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นหรอก ฉันดีกับแสงออโรรา แล้วใครจะดีกับฉัน?”
ระหว่างพูด จี้ฉางก็ก้มมองกำไลข้อมือแสนธรรมดาในมือ สีหน้าไม่สบอารมณ์ ก่อนโยนลงถังขยะส่ง ๆ
แต่ครู่ต่อมา จี้ฉางก็เดินกลับออกมา ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของพี่เหลียน เขาก้มลงเก็บกำไลขึ้นมา แล้วอธิบายอย่างกระอักกระอ่วน
“แค่ก ๆ เอ่อ ยังไงมันก็เป็นบัตรผ่านไปเขตบี อาจช่วยรักษาชีวิตได้ก็ได้ เมื่อกี้ฉันทำเป็นเก๊กไปหน่อย”
พี่เหลียนมองส่งจี้ฉางกลับเข้าไปในกระท่อม ก่อนหัวเราะเบา ๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ยังไงก็เป็นเด็กอายุ 19 อยู่ดี”
เขตดี
บนกำแพงเมือง
เมื่อร่างของหลี่จี๋กวงปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ไป๋ชิงชิงที่รออยู่นานจนเริ่มกระวนกระวายก็พูดขึ้นอย่างตื่นเต้นทันที
“เจอเขาแล้วเหรอ? คุณไม่ได้บังคับให้เขาทำอะไรใช่ไหม? ฉันเคยเจอเขาตั้งหลายครั้ง รู้จักนิสัยเขาดี คนแบบนี้ยิ่งบังคับก็ยิ่งได้ผลตรงกันข้าม แล้วอีกอย่าง…”
หลี่จี๋กวงฟังไป๋ชิงชิงพูดไม่หยุด จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนวางภาระทั้งหมดลงได้ เขาพูดอย่างผ่อนคลายว่า
“ยัยตัวแสบ เธอเห็นลุงหลี่เป็นคนแบบไหนกัน? แค่ไปดูเท่านั้นเอง อีกฝ่ายยังไล่ให้ลุงหลี่รีบไปด้วยซ้ำ”
คำพูดของหลี่จี๋กวงทำให้ไป๋ชิงชิงชะงัก
“อะไรเนี่ย? ลุงหลี่พูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้ได้ยังไง? แล้วความน่าเกรงขามของลุงล่ะ? ความองอาจของผู้คุมเขตพิเศษล่ะ?”
ในจังหวะนั้นเอง สัตว์ติดเชื้อตัวหนึ่งที่สูงถึง 10 เมตร ร่างกายเป็นสีเขียวเข้มราวกับรถถัง พุ่งชนกำแพงเมืองที่พังทลายของเขตซีจนถล่มลงมา