ความกังวลของจี้ฉางทำให้หัวหน้ากองกำลังทะเลทรายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลอกตา
“กังวลบ้าอะไร คนในเขตระดับดีมีเกือบสิบล้านคนแล้ว สถานการณ์มั่นคงดี วางใจเถอะ อีกอย่าง ฟ้าถล่มลงมาก็มีคนตัวสูงคอยรับอยู่แล้ว
ช่วงนี้พวกเราพักฟื้นกัน เหล่าอู๋บาดเจ็บ แขนหัก ต่อไปคงต้องย้ายไปทำงานฝ่ายส่งกำลังบำรุง เขาจะเป็นคนติดต่อกับนาย ฉันให้อำนาจเขาเข้าเขตซีแล้ว
พรุ่งนี้ อย่างช้าก็มะรืนนี้ ฉันจะเอาปลอกกระสุนที่เหลือทั้งหมดมาให้นาย อีกอย่าง บอกมาตามตรง นายต้องการปลอกกระสุนเหยี่ยวดำเท่าไรกันแน่?”
“แขนเหล่าอู๋หักเหรอ?” จี้ฉางตกใจ แต่เมื่อได้ยินคำถามจากหัวหน้ากองกำลังทะเลทราย เขากลับจมอยู่กับความคิด
ผ่านไปนานทีเดียว จี้ฉางจึงค่อย ๆ ยกนิ้วชี้ขึ้น แล้วชูให้คู่สนทนาดูหนึ่งนิ้ว
“หนึ่งหมื่น? หนึ่งแสน? ไม่สิ ทางฉันเองก็ต้องใช้หนึ่งแสน หรือว่าจะเป็น...หนึ่งล้าน?”
พอได้ยินตัวเลขนั้น แม้แต่หัวหน้ากองกำลังทะเลทรายก็ยังอดอุทานไม่ได้
แต่จี้ฉางกลับส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาสามคำ
“เอาเรื่อย ๆ”
พูดจบ จี้ฉางก็หันหลังเดินกลับร้านอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งหัวหน้ากองกำลังทะเลทรายให้ยืนงงอยู่ลำพัง
บะหมี่คลุกซอสทำเสร็จแล้ว จี้ฉางขึ้นไปชั้นสอง กินอย่างเอร็ดอร่อยพลางก้มดูยอดเงินในกำไลข้อมือ
ยอดเงิน: 191530
มีเงินก้อนโตเกือบสองแสน แต่จี้ฉางไม่ได้เหลิง กลับก้มมองบะหมี่ในชาม
“พี่เหลียน มานี่หน่อย”
ชั้นล่าง พี่เหลียนกำลังถือชามกินข้าวไปพลางเฝ้าร้านไปพลาง รีบขึ้นมาชั้นบนแล้วมองจี้ฉาง
“เรียกฉันเหรอคะ เจ้านาย?”
“อืม คืออย่างนี้ ดูพวกเราสิ แต่ละคนขาดสารอาหาร กินแต่บะหมี่ทุกวันก็ไม่ไหว ถ้าจัดอาหารให้ได้สารอาหารครบตามปกติ เดือนหนึ่งจะต้องใช้เงินประมาณเท่าไร?”