จากนั้น
เซี่ยหลินยวนหันกลับไปผลักหน้าต่าง ปลายเท้าแตะขอบหน้าต่างส่งแรง ร่างทั้งร่างก็ทะยานขึ้นไปบนชายคา
ลมราตรีพัดจีวรพระจนสะบัดดังพรึ่บพรับ
เขาเหินผ่านยอดไม้ไปอย่างรวดเร็ว ยามลงถึงพื้นกลับไร้สุ้มเสียง
ภายในป่า
หลังพุ่มไม้ หัวหน้าสายลับจากญี่ปุ่นกดเสียงต่ำเร่งเร้า “รีบไป หากยังไม่ไปก่อนฟ้าสาง พวกเราคงไปไม่ทัน”
คนที่เหลือพยักหน้า ส่งสัญญาณให้คนด้านหลัง
ทั้งหกย่อตัวเดินถอยลึกเข้าไปในป่า เลียบพุ่มไม้ไปอย่างเงียบเชียบ
ฝีเท้าเบาหวิว เหยียบใบไม้แห้งแทบไม่มีเสียง
ถอยไปได้ไม่ถึงสิบก้าว
จู่ ๆ ข้อเท้าของหัวหน้าสายลับก็ถูกบางสิ่งรัดแน่น
เขาก้มหน้าลง
เชือกเส้นเล็กสีทองเส้นหนึ่งพันรอบข้อเท้าของเขาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ ราวกับมีชีวิต ยิ่งดิ้นก็ยิ่งรัดแน่น
หัวใจเขากระตุกวูบ กำลังจะส่งเสียงร้อง
อีกห้าคนพลันถูกแรงกดดึงจนทรุดลงพร้อมกัน เชือกทองพันรัดข้อเท้าเอาไว้ หัวเข่ากระแทกพื้นกรวด
“ตุบ ๆ ๆ—”
เสียงอับทึบดังต่อเนื่อง
ดาบร่วงกระจายเกลื่อนพื้น
หัวหน้าสายลับเงยหน้าขึ้น มองเห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่บนยอดไม้เบื้องหน้า
แสงจันทร์ลอดผ่านช่องใบไม้ สาดลงบนใบหน้าของคนผู้นั้น เผยให้เห็นเค้าโครงคมชัด ดวงตาและคิ้วสงบนิ่งเย็นชา
เซี่ยหลินยวนยืนอยู่บนยอดไม้ มือข้างหนึ่งประสานมุทรา พลังปราณแกร่งกล้าสีทองพลุ่งพล่านอยู่กลางฝ่ามือ เชือกเส้นเล็กแปดสายทอดออกจากปลายนิ้ว พันรัดข้อเท้าของทั้งหกคน
เขาไม่เอ่ยวาจา
เพียงดีดปลายนิ้วเบา ๆ
เชือกปราณพลันรัดแน่นฉับพลัน
ทั้งหกคุกเข่าลง หัวเข่าถูกบดจมลงในโคลน ความเจ็บปวดทำให้พวกเขาสูดลมหายใจเฮือก
หัวหน้าสายลับกัดฟันกรอด อ้าปากหมายจะกัดปลายลิ้นตนเอง
ยอมตายไม่ยอมจำนน
เซี่ยหลินยวนไม่แม้แต่จะยกเปลือกตา
เขาชี้นิ้วกลางอากาศ
ลำแสงสีทองสายหนึ่งพุ่งกระทบลำคอของสายลับ จุดชีพจรถูกสกัดไว้ ปากของเขาอ้าค้าง ลิ้นแข็งทื่อจนขยับไม่ได้
เซี่ยหลินยวนกระโจนลงจากยอดไม้ ยามเท้าแตะพื้นไร้สุ้มเสียง
เขาเดินไปหาทั้งหก ยกมือคว้ากลางอากาศ เชือกปราณกระชากกลับ ทั้งหกถูกยกขึ้นราวกับกระสอบ เท้าลอยพ้นพื้น ดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจขยับ
