คิมซอนอาหันหน้าไปมองม่านกระโจม
หลินชิงไต้หันไปเช่นกัน มือกำด้ามกระบี่แน่น
ชั่วขณะถัดมา ใครคนหนึ่งก็เปิดม่านกระโจมพรวดพราด
เจินเหมยหลีมุดเข้ามาจากด้านนอก เขม่าดำสองแถบพาดผ่านสันจมูกและโหนกแก้ม ผมใช้เหล็กแหลมเสียบรวบไว้ ในมือประคองโครงไม้ขนาดเท่าสองฝ่ามือ เป็นกลไกเกาทัณฑ์ต่อเนื่องฉบับย่อส่วน
นางไม่เห็นคิมซอนอาอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ตรงดิ่งไปเบียดข้างเก้าอี้ของกู้ม่อหร่าน แล้ววางโครงไม้กระแทกลงบนโต๊ะ
“สำเร็จแล้ว! ข้าทำสำเร็จแล้ว!”
เสิ่นหลิงเอ๋อร์เลื่อนถ้วยน้ำแกงไปด้านข้าง เปิดที่ว่างให้นางเล็กน้อย
เจินเหมยหลีกำลังตื่นเต้นจนลืมคำนึงถึงธรรมเนียมชายหญิง ครึ่งตัวพิงแขนกู้ม่อหร่าน นิ้วจิ้มตรงบริเวณแกนหมุน
“ท่านอ๋อง ความคิดของท่านช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ”
“ข้าทดลองแล้ว ใช้ได้ผลแล้ว เมื่อติดล้อถ่วงน้ำหนักเข้าไป ต่อให้แผ่นเรือโคลงสามครั้ง ความคลาดเคลื่อนก็ไม่เกินสองชุ่น”
นางเคาะแขนหน้าไม้เบา ๆ ด้วยเล็บ
“ข้าปรับหัวลูกศรด้วย เชื่อมท่อเหล็กเพิ่มไว้ที่ท้ายลูกศร ยัดยาสายฟ้าสะท้านเข้าไปได้”
กู้ม่อหร่านก้มลงใช้นิ้วหัวแม่มือกดตรงตำแหน่งไก แล้วลองขยับไปมาสองครั้ง
“ยิงได้ไกลเท่าใด?”
“พื้นฐานอยู่ที่ห้าสิบจ้าง”
เจินเหมยหลีคว้าถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมาดื่มรวดหนึ่ง ก่อนเช็ดปาก
“หากลมส่งและปรับมุมยิง ก็ไปได้ถึงเจ็ดสิบจ้าง”
กู้ม่อหร่านหยิบแบบจำลองขึ้นมาลองปรับมุมแขนหน้าไม้ แล้วขยับกลับไปตำแหน่งเดิม
“พอใช้ทำลายเรือหรือไม่?”
“พอได้”
เจินเหมยหลีคว้าแบบจำลองกลับมา ดึงเหล็กแหลมออกจากผมแล้วใช้ชี้ร่องลูกศร
“เรือไม้ของพวกญี่ปุ่น ข้าประเมินความหนาของแผ่นกระดานแล้ว ยาสายฟ้าสะท้านเจาะทะลุไม่ได้ แต่ระเบิดใต้ดาดฟ้าแล้วงัดท้องเรือจากข้างในได้”
