เสียงหัวเราะของชเวซองมินพลันติดอยู่ในลำคอ ลูกตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมา ขณะมองไปทางประตูเหล็ก
เห็นกู้ม่อหร่านก้าวข้ามธรณีประตูเหล็กเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน มือหนึ่งถือผ้าเช็ดคราบเลือดบนกระบี่ติ้งไห่
ด้านหลังเขา ผูอวิ๋นซานลากเชือกป่านเส้นหนาเข้ามา ราวกับกำลังลากสุนัขตาย
ปลายเชือกอีกด้านผูกอินุคามิจูซาบุโรไว้ ชายชราฟันร่วงหมดปาก ขาขวาหัก ทั้งตัวเปรอะเปื้อนโคลนและเลือด
ผูอวิ๋นซานคลายมือ โยนอินุคามิจูซาบุโรลงแทบเท้าชเวซองมิน
กู้ม่อหร่านเดินไปหยุดข้างคิมซอนอา เหลือบมองเสื้อผ้าโปร่งบางตรงไหล่ซ้ายที่ขาดวิ่น เผยให้เห็นหัวไหล่ขาวผ่อง คิ้วพลันกระตุกเล็กน้อย
เขาถอดเสื้อคลุมแห้งของตนออก คลุมร่างนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างมิดชิด แล้วดึงนางเข้ามาในอ้อมแขน
เขาก้มมองอินุคามิจูซาบุโรที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น ก่อนเงยหน้ามองชเวซองมินซึ่งถูกมัดอยู่กับเสา สีหน้าราวกับเห็นผี จากนั้นกระแอมเบา ๆ แล้วตบด้ามกระบี่ในมือ
“เอาละ ใต้เท้าชเว เมื่อครู่เจ้าพูดว่าใครถูกระเบิดจนกลายเป็นเถ้าธุลีนะ?
หูข้าค่อนข้างตึง เรามานั่งคุยกัน ตั้งแต่บรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของเจ้ากันให้ละเอียดดีกว่า”
“กู้ม่อหร่าน อย่าได้ใจไปหน่อยเลย เจ้าคิดว่าชนะได้ชั่วคราวแล้วจะชนะไปได้ตลอดหรือ?
ลองคำนวณเวลาดูสิ กองเรือหลักของต้าวอที่ยกมาช่วยเหลือ
บัดนี้คงล้อมท่าเรืออินชอนไว้แล้ว พวกเจ้ารอความตายได้เลย!”
“ฮ่า ๆ ๆ...แค่ก!”
ชเวซองมินบนเสาพ่นเลือดคำสุดท้ายออกมา ยังพูดไม่ทันขาดคำก็สิ้นใจลงอย่างถาวร
กู้ม่อหร่านหันไปคว้าแส้ม้าที่พาดอยู่บนโครง แล้วตะโกนออกไปนอกประตู
“เตรียมม้า! ทิ้งทหารราบสามพันนายไว้รักษาฮันซอง ที่เหลือจงตามข้าไปอินชอนคืนนี้!”
คิมซอนอาคลุมเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ เดินตามอยู่ด้านหลัง
