บทที่ 1 ถูกลักพาตัว
เมืองหรงเฉิง
บ้านร้างในเขตชานเมืองทางทิศตะวันตก
มู่เฉียนเฉียนถูกมัดไว้ เต็มไปด้วยบาดแผล นอนอยู่ในบ้านร้าง
เธอเพิ่งก้าวออกจากอาคารกลุ่มบริษัทเฮ่อซื่อ ก็ถูกกลุ่มนักเลงอันธพาลขวางทางไว้
ยังไม่ทันได้สติจะแจ้งความ ก็ถูกผ้าเช็ดหน้าส่งกลิ่นเหม็นคาวปิดปากและจมูก
วินาทีที่หมดสติ เธอได้ยินชื่อที่คุ้นเคยชื่อหนึ่ง
“เฮ่ออี้โจวสั่งให้มัดผู้หญิงคนนี้ไว้ ตกกลางคืนให้โยนลงหน้าผาริมทะเล หวานใจคนแรกของประธานเฮ่อกลับมาแล้ว ต้องกำจัดผู้หญิงคนนี้ทิ้งแน่”
พอฟื้นขึ้นมาจากความมืดมัว เธอก็พบว่าตัวเองถูกมัดและโยนทิ้งในบ้านร้าง
หวนคิดถึงคำพูดของนักเลงก่อนหมดสติ จิตใจของเธอเจ็บปวดแสนเจ็บปวด
เฮ่ออี้โจว หวานใจคนแรกของนายกลับมาแล้ว ถึงกับทนฉันไม่ได้เลยหรือ?
น้ำตาสองสายไหลรินราวไข่มุกขาดออกจากเส้น
ย้อนนึกถึงชีวิตแต่งงานสามปี เฮ่ออี้โจวปฏิบัติกับเธออย่างเยือกเย็นเสมอ
เธอรู้มาตลอดว่า ในใจเขามีแฟนสาวคนแรก ผู้หญิงที่ทิ้งเขาไปเมืองนอกตอนธุรกิจของเขาล้มเหลว
หลายปีมานี้ เธอสงสารเฮ่ออี้โจว ตามใจเขาทุกอย่าง ปรนนิบัติดูแลเขาอย่างกับเด็กน้อย
ด้านธุรกิจ เธอใช้เครือข่ายของตัวเอง ร่วมงานสังคมกับเขาทุกวัน ช่วยกอบกู้ธุรกิจให้ฟื้นคืนชีพ บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์กลายเป็นกลุ่มบริษัทเฮ่อซื่อ
แต่เฮ่ออี้โจวก็ยังคงเย็นชาใส่เธอ
สามวันก่อน ตอนที่เธอเห็นข่าว “นางเอกระดับโลกอวี๋มั่นมั่นหวนคืน แฟนหนุ่มปรากฏตัวรับถึงสนามบินอย่างเปิดเผย สงสัยทั้งคู่ใกล้จะมีข่าวดี” เธอก็รู้แล้วว่า ชีวิตแต่งงานของเธอกับเฮ่ออี้โจวกำลังจะมีปัญหา
เพราะว่า ในข่าวนั้น แผ่นหลังของผู้ชายช่างคุ้นเคยนัก สูทตัวนั้นคือตัวที่เธอหยิบเตรียมไว้ให้เฮ่ออี้โจวเมื่อเช้า ตัวเดียวในหรงเฉิง
ตอนนั้นเธอกดความกระวนกระวายในใจไว้ ไม่ไปถามหา ไม่งอแง เพราะเธอรู้ว่าเฮ่ออี้โจวรังเกียจผู้หญิงที่สร้างเรื่อง
กลางคืนเฮ่ออี้โจวกลับถึงบ้าน เห็นเธอนอนอยู่บนโซฟา สีหน้าไร้อารมณ์ ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย
เพียงสั่งให้เธอไปเตรียมน้ำอาบให้เขา
ขณะลุกจากโซฟา มู่เฉียนเฉียนก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่ไม่ใช่ของตัวเอง
กล้ำกลืนความทุกข์ในใจ เธอว่าง่ายไปเปิดน้ำใส่อ่างอาบ
คืนนั้น เฮ่ออี้โจวไม่กอดเธอนอนเหมือนก่อนหน้า ไม่พูดคุยกับเธอ หลับไปทันที
วันนี้เธอได้รับโทรศัพท์จากเฮ่ออี้โจวว่า โครงการของกลุ่มบริษัทมีปัญหาเรื่องรายละเอียดปลีกย่อย ให้เธอไปแก้ไขที่บริษัท
มาถึงห้องทำงานประธานเฮ่ออี้โจว เขานั่งจัดการเอกสารอยู่หน้าคอม ไม่ทักทายเธอ ไม่พูดอะไร ก็ยื่นเอกสารให้เธอ
พอมู่เฉียนเฉียนแก้ไขรายละเอียดเสร็จ เฮ่ออี้โจวก็โยนเอกสารฉบับหนึ่งใส่เธอดัง “เพี๊ยะ”
คำว่า “สัญญาหย่า” ปรากฏขึ้นสะดุดตาในรูม่านตาของมู่เฉียนเฉียน
“มั่นมั่นกลับมาแล้ว เธอคงรู้แล้วสินะ? ฉันจะหย่ากับเธอ เพื่อให้คำตอบกับมั่นมั่น”
“ไม่หย่าได้ไหมคะ...สามี”
“เธอคิดว่ามันจะเป็นไปได้ไหม? ระหว่างเราไม่มีเยื่อใย หย่าไปก็เป็นการปลดปล่อยเธอ ฉันจะไม่ใจร้ายกับเธอ มีเงินชดเชยให้ตามสัญญา ดูเอง เซ็นเสร็จก็ย้ายออกจากบ้าน”
มู่เฉียนเฉียนฟังเสียงเย็นชานั่นอย่างหมดความรู้สึก
เธอหยิบปากกา ลงนามในสัญญาหย่า
ในสภาพมึนงง เธอก้าวออกจากบริษัท แล้วก็ถูกลักพาตัว
ความเจ็บร้าวที่ข้อเท้าดึงสติของมู่เฉียนเฉียนกลับมา
เธอมองไปรอบ ๆ หวังหาโอกาสหนี
ในห้อง มีดสนิมเล่มหนึ่งดึงดูดความสนใจของมู่เฉียนเฉียน
เธอเคลื่อนกายด้วยความยากลำบาก ใช้เท้าเขี่ยมีดสนิมเล่มนั้นมาอยู่ตรงหน้าทีละนิด
เธอวางตัวทับลงบนมีด ออกแรงขัดเชือกที่มัดเธออยู่
เวลาผ่านไปนาทีต่อนาที ฟ้าเริ่มมืดลง คืนนี้จะมาเยือน
ในใจเธอตอนนี้ เฝ้ารอให้มีคนสัญจรผ่านเข้ามาในบ้านหลังนี้มาช่วยเธอ
แต่ทั้งในและนอกบ้านเงียบสนิท ราวกับสวรรค์แกล้งเธอ อยากให้เธอเป็นไปตามความต้องการของนักเลงพวกนั้น โยนลงหน้าผาตาย
ไม่นาน เธอก็รู้สึกว่าเชือกที่มัดอยู่หย่อนลง สองมือเป็นอิสระ
มีดสนิมได้ผล เชือกที่มัดเธอขาดแล้ว
เธอดีใจสุดขีด รีบแก้เชือกอื่น ๆ บนตัว
ทั้งร่างถูกเชือกรัดจนฟกช้ำเขียวคล้ำ ความเจ็บปวดระลอกแล้วระลอกเล่า
ไม่สนใจความเจ็บปวดบนร่าง เธอค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินโซเซไปที่ประตู
บางทีพวกนักเลงอาจประมาท หรือไม่ก็คิดว่าเธอถูกมัดไว้ คงไม่มีโอกาสหนี หรือบางทีสวรรค์เริ่มสงสารเธอ ประตูถึงเปิดอยู่
เธอก้าวอย่างยากเย็น ซวนเซออกจากห้อง หนีไปตามทางที่มีแสงสว่าง
ตลอดทาง ไม่พบเงาคนแม้แต่คนเดียว พวกนักเลงก็ไม่เห็น
เธอถอนหายใจยาว เดินต่อไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก
ข้างหน้าคือถนนหลวง เธอเห็นความหวัง
เดินมาถึงข้างทาง บนถนนมีเพียงแมวจรจัดส่งเสียง “เหมียว” เป็นครั้งคราว แล้วก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว
เธอเหนื่อยเดิน หยุดพัก อยากให้ใจสงบ
ถ้อยคำของพวกนักเลงลอยเด่นในหัว เกิดความเศร้าใจขึ้นมา
ชีวิตแต่งงานสามปี สู้การกลับมาของหวานใจคนแรกของเขาไม่ได้
ไกลออกมา แสงไฟหน้ารถส่องมาเป็นลำ
เธอยกมือขึ้น โบกอย่างสุดชีวิต หวังว่ารถจะหยุดมาช่วยเธอ
เสียง “เอี๊ยด” ดังขึ้น รถหยุดกระทันหันตรงหน้าเธอ
ผ่านแสงไฟถนน เธอมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายบนรถได้ชัดเจน
คนขับรถเปิดประตู เดินมาหาเธอ
“คุณผู้หญิง คุณเป็นอะไรไปครับ? ต้องการความช่วยเหลือไหม?”
ในดวงตาเธอมีน้ำตาคลอ พยักหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
คนขับรถมองรอยฟกช้ำเต็มตัว เส้นผมยุ่งเหยิง น้ำตาในดวงตาเธอ แล้วถอนหายใจ
สาวคนนี้คงถูกใครรังแกแล้ว
คนขับรถกลับไปที่รถ พูดคุยกับบุรุษบนรถด้วยเสียงต่ำ
ไม่กี่นาทีต่อมา คนขับรถเดินกลับมา พยุงเธอขึ้นรถ
เบาะหลัง บุรุษผู้มีใบหน้าเยือกเย็นคมคาย เครื่องแต่งกายหรูหรา บุคลิกสง่างามเหนือผู้ใด มองเธออย่างเรียบเฉยแวบหนึ่ง
“คุณคะ ขอบคุณที่ช่วยฉัน ฉันถูกลักพาตัวมาที่นี่ กว่าจะหนีออกมาได้ก็แทบแย่ รบกวนส่งฉันไปสถานีตำรวจด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”
“คุณมีหลักฐานไหมว่าถูกลักพาตัว?”
“ฉัน...ไม่มีค่ะ”
“ไม่มีหลักฐานจะไปสถานีตำรวจทำไม? ไปแจ้งความ ตำรวจก็ไม่รับเรื่องหรอก ผมส่งคุณไปโรงพยาบาลดีกว่า”
น้ำเสียงของบุรุษเย็นชา สีหน้าไร้อารมณ์
“ขอบคุณนะคะคุณ”
บุรุษไม่พูดอีก หลับตาพักผ่อน
คนขับสตาร์ทรถ ขับออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
โรงพยาบาลเอกชนหัวหนาน
บุรุษให้คนขับรถพยุงมู่เฉียนเฉียนเข้าห้องฉุกเฉิน
คุณหมอเห็นบุรุษ ก็ทักทายอย่างให้เกียรติ
“คุณชายโม่ คนไข้ส่วนใหญ่เป็นบาดแผลภายนอก แต่กระดูกซี่โครงเธอหักสองซี่ ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลครับ”
“งั้นจัดห้องผู้ป่วยให้ห้องหนึ่ง รักษาเธอให้ดี”
“ครับ คุณชายโม่”
บุรุษหันมาถามมู่เฉียนเฉียน
“คุณชื่ออะไร? ต้องการให้แจ้งครอบครัวไหม?”
มู่เฉียนเฉียนส่ายหน้า
เธอไม่กล้าแจ้งเฮ่ออี้โจว แต่นอกจากเขา เธอก็ไม่กล้าแจ้งครอบครัวที่อยู่แดนเอ
“งั้นคุณมีเงินติดตัวไหม?”
“ฉันมีบัตร แต่ใช้เงินในนั้นไม่ได้”
“ทำไม?”
น้ำเสียงของบุรุษยังคงเย็นชา
“ฉันแต่งงานแล้ว สามีจะหย่าฉันเพื่อแต่งกับแฟนเก่า การลักพาตัววันนี้เขาก็เป็นคนบงการ ฉันจึงใช้เงินในบัตรไม่ได้ ปล่อยให้เขารู้ไม่ได้ว่าฉันยังมีชีวิตอยู่”
“ช่วยฉันหน่อยได้ไหม? พอฉันอยู่ตัวแล้ว ฉันจะคืนเงินให้คุณแน่นอน”
โม่ถิงเยี่ยมองคราบน้ำตาเป็นทางบนใบหน้างดงามของหญิงสาว แล้วพยักหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ห้องผู้ป่วยพิเศษ
โม่ถิงเยี่ยครุ่นคิดสักพัก พูดกับมู่เฉียนเฉียน
“สถานการณ์ของคุณตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในหรงเฉิงอีกแล้ว รอแผลหาย ก็ตามผมไปเมืองซีเถอะครับ ผมจะหางานที่เลี้ยงตัวคุณได้ให้ คุณเต็มใจไหม?”
ในดวงตาคลอด้วยน้ำตาของมู่เฉียนเฉียนเกิดประกายแห่งความหวัง
หย่าแล้ว เฮ่ออี้โจวยังจะตามล่าเธอ อยู่ที่หรงเฉิงต่อไป อันตรายจริง ๆ
เพื่อรักษาชีวิต เธอไม่มีทางเลือก
“ฉันเต็มใจค่ะ”
“ดีแล้ว ผมชื่อโม่ถิงเยี่ย ประธานกลุ่มบริษัทหวงเจีย คุณล่ะ?”
“มู่เฉียนเฉียน”
“ได้ หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง ผมจะมารับคุณ”
โม่ถิงเยี่ยไม่พูดอีก ก้าวออกจากห้องผู้ป่วยไป