หลี่หลานไม่ได้มาคนเดียว ข้างหลังยังมีชายวัยกลางคนหน้าตาซื่อ ๆ เดินตามมาด้วย
“นี่สามีฉัน เย่หงจวิน”
เขาถือของชิ้นหนึ่งที่ดูคล้ายตอไม้ไว้ในมือ เดินเข้ามาพลางพูดอย่างเขินอายเล็กน้อยว่า
“น้องเจียง นี่เขียงที่ผมทำเอง เอามาให้พวกคุณ”
“เขียงเหรอ?”
“ใช่แล้ว” หลี่หลานยิ้มตาหยี “หงจวินเป็นช่างไม้ ก่อนวันสิ้นโลกก็เป็นช่างไม้ หลังวันสิ้นโลกก็ยังเป็นช่างไม้ ก่อนหน้านี้ทำงานอยู่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ในเขตปลอดภัย ฝีมือดีมาก น่าเสียดายที่เจ้าของโรงงานเห็นว่าเขาพูดไม่เก่ง ซื่อ ๆ ทึ่ม ๆ เลยไล่ออก”
หลี่หลานยกเขียงที่เย่หงจวินขัดจนเรียบให้เจียงหลี่ดู
“เขียงนี่หนามาก ทำจากไม้แปะก๊วยกลายพันธุ์ที่โค่นมาโดยเฉพาะ! ดูลายไม้สิ สวยมากเลยใช่ไหม ผิวก็ไสเรียบกริบ แถมยังเคลือบด้วยน้ำมันขี้ผึ้งมาแล้ว จะสับอะไรก็เหมาะทั้งนั้น!”
“บ้านเราก็ใช้เขียงแบบนี้ หงจวินทำทีเดียวสองอันเมื่อคราวก่อน ฉันคิดว่าพวกคุณเพิ่งย้ายมา คงไม่ได้เอาเขียงมาด้วย เลยเอาอันนี้มาให้ใช้”
เจียงหลี่รับเขียงมา
หนักใช้ได้ แข็งแรงทนทานมาก
แต่เมื่อดูความประณีตของพื้นผิวที่ขัดแล้ว กลับไม่หยาบเลยสักนิด เรียกได้ว่าเป็นงานฝีมือชิ้นหนึ่ง
ทั้งสวยทั้งใช้ประโยชน์ได้!
“งั้นฉันรับไว้แล้วกัน”
ทางนี้ไม่มีเขียงดี ๆ ใช้จริง ๆ เมื่อครู่เจียงเหยียนยังเอาแผ่นไม้ผุ ๆ มาสับไก่อยู่เลย
เจียงเหยียนพูดขึ้นว่า “ดีเลย ต่อไปสับเนื้อก็สะดวกแล้ว!”
