“ไม่ว่ายังไง ของจากฟาร์มเราก็ต้องขายถูกกว่าเขตปลอดภัย แบบนี้พวกคุณใช้เงินเท่าเดิมก็ซื้อผลผลิตทางการเกษตรได้มากขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่จะได้ดีขึ้นด้วย”
เสี่ยวซู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าอย่างนั้นพี่สาวจะไม่มีเงินซื้อแม่วัวหรือเปล่า?”
เจียงถังชะงัก “ซื้อแม่วัวเหรอ?”
เสี่ยวซู่พยักหน้า “ใช่สิ ผมเห็นว่าพวกพี่มีแม่วัวด้วยนี่! นมไม่ได้รีดออกมาจากท้องแม่วัวเหรอ? ถ้าพวกพี่หาเงินซื้อแม่วัวไม่ได้ พวกเราจะยังซื้อนมได้ไหม?”
เจียงถังแทบถูกเขาพูดจนมึน
ไม่นานเธอก็เข้าใจว่าเด็กน้อยหมายถึง หากพวกเธอหาเงินทุนไม่ได้ ก็ไม่มีทางแบกรับต้นทุนไหว ทั้งการซื้อแม่วัวและเลี้ยงแม่วัวล้วนมีต้นทุน
เธอยิ้มแล้วตอบว่า “วางใจเถอะ ฟาร์มเราใช้วิธีผลิตเองขายเอง ถึงราคาจะย่อมเยา แต่เราก็ยังมีกำไร”
เด็ก ๆ กลุ่มนี้ล้วนเป็นเด็กดีที่ไร้เดียงสา ชีวิตตัวเองก็ลำบากอยู่แล้ว แต่ยังรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดแทนคนขายนมด้วย
เสี่ยวมู่ก้มหน้าพูดว่า “พวกเราแค่หวังว่าฟาร์มจะเปิดต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ปิดกิจการ”
เจียงถังสงสัย “ทำไมถึงจะปิดกิจการล่ะ?”
เสี่ยวมู่ตอบว่า “พวกเราได้ยินป้าแดงบอกว่า ถ้าพวกพี่ไม่มีเงินซื้อหน่อไม้กลายพันธุ์แล้ว ฟาร์มก็จะปิดกิจการ”
ทุกคนคิดว่าเงินที่ใช้ซื้อหน่อไม้เป็นเงินจากบัญชีของเจียงหลี่ ส่วนเครื่องจักรมีไว้ช่วยให้รับซื้อหน่อไม้สะดวกขึ้นเท่านั้น แต่ละวันใช้แต้มมากมายรับซื้อหน่อไม้ เงินของเจียงหลี่ก็ยิ่งร่อยหรอลง
