เฉียวอู้มองห้องที่สะอาดเรียบร้อย ในใจรู้สึกบอกไม่ถูก
“อยู่บ้านฉันยังไม่มีห้องเป็นของตัวเองเลย”
ห้องพักสำหรับผู้ประสบภัยในฐานที่มั่นมีไม่พอใช้ ครอบครัวสี่คนต้องเบียดกันอยู่ในห้องขนาด 20 ตารางเมตร ภายในพอจะวางเตียงได้แค่สองหลัง เสื้อผ้า ข้าวของจิปาถะ และของใช้ในชีวิตประจำวันกองสุมอยู่ทุกมุม ห้องจึงดูรกอยู่เสมอ แทบไม่มีที่ให้เดิน
พอตกกลางคืน สวี่ซูเฟินกับเฉียวจื้อกังนอนเตียงเดียวกัน เฉียวซื่อเจี๋ยนอนอีกเตียง ส่วนเธอปูนอนตรงมุมใกล้ประตู
เสียงเอะอะโวยวายจากด้านนอกลอดเข้ามาทางช่องประตูอยู่เสมอ บางคืนเธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
เพราะอย่างนั้นเธอถึงรู้สึกว่าการนอนในร้านเล็ก ๆ ดีมาก ทั้งเงียบสงบ ในร้านก็มีแค่เธอคนเดียว ไม่ต้องเบียดกับใคร แถมไม่ต้องฟังเสียงกรนของเฉียวจื้อกังก่อนนอนด้วย…
เฉียวอู้เดินเข้าไปลูบปลอกเตียงใหม่เอี่ยมที่สะอาดสะอ้าน แล้วแตะผ้าห่มนุ่มฟู มันเหมือนกับห้องพักโรงแรมก่อนวันสิ้นโลกไม่มีผิด แค่ผ้าห่มที่ยัดนุ่นแท้เต็มผืนแบบนี้ก็คงต้องใช้แต้มไม่น้อยแล้ว
“ในห้องไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ข้างนอกมีห้องอาบน้ำรวม”
เจียงหลี่พาทั้งสามคนเดินไปสุดทางเดิน ตรงนั้นเป็นห้องอาบน้ำ
มันคล้ายกับห้องอาบน้ำรวมในฟิตเนสก่อนวันสิ้นโลก ฝั่งซ้ายเป็นห้องอาบน้ำหญิง ฝั่งขวาเป็นห้องอาบน้ำชาย แต่ละฝั่งมีห้องกั้นสองห้อง ผลักประตูไม้เข้าไปด้านในยังมีประตูกระจกเลื่อนสำหรับแยกพื้นที่เปียกกับแห้ง
