ซูเสี่ยวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มีแต้มให้หา ทำไมจะไม่หาเล่า อีกอย่างเสิ่นเฟิงก็เป็นฝ่ายเสนอตัวช่วยเอง
“ได้ ถึงตอนนั้นนายอย่าบอกว่าเอามาช่วยฉันรีไซเคิลนะ บอกว่าเป็นของนายเองก็แล้วกัน”
คนอื่น ๆ ฟังบทสนทนาของทั้งคู่แล้วขมวดคิ้ว
มีคนเตือนว่า “เสิ่นเฟิง ฉันแนะนำให้นายคิดให้ดีก่อนลงมือทำ ถ้าทำแบบนี้ นายไม่กลัวไปเหยียบกับระเบิดของเจียงหลี่หรือไง?”
“ต่อไปนายยังต้องไปซื้อธัญพืชกับขายหน่อไม้กลายพันธุ์อะไรพวกนั้นกับเจียงหลี่ ถ้าเธอรู้ว่านายช่วยซูเสี่ยวขายผักป่ากลายพันธุ์ ต้องไม่พอใจแน่”
เสิ่นเฟิงตอบว่า “ฉันจะยืนดูซูเสี่ยวลำบากได้ยังไง แค่ช่วยนิดหน่อยเอง”
ความหมายของคำพูดนั้นก็คือ เขายังจะช่วยซูเสี่ยวอยู่ดี
เห็นดังนั้น ทุกคนก็ได้แต่ทำเป็นมองไม่เห็น
“เอาละ อย่ามัวชักช้า ผักป่าบนเขาหายากขึ้นทุกที รีบขึ้นเขากันเถอะ” เฉินเฟิงกล่าว
ช่วงนี้ฝนฤดูใบไม้ผลิตก ๆ หยุด ๆ แม้พวกเขาจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง แต่จากข้อมูลของทางการ ความเข้มข้นของธาตุประหลาดในอากาศเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้า อัตราการกลายพันธุ์ของพืชป่าส่วนใหญ่สูงถึง 97% ขึ้นไปแล้ว
พืชทั่วทั้งโลกกำลังกลายพันธุ์อย่างเงียบเชียบ การจะหาอาหารที่กินได้สักนิดจากโลกแบบนี้ช่างยากเย็นราวกับปีนขึ้นสวรรค์
เขากังวลจริง ๆ ว่าถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ต่อไปมนุษย์จะยังมีทางรอดไหม
อย่าให้ถึงตอนนั้นเกิดทุพภิกขภัยขึ้นอีกก็แล้วกัน
【วันที่ 22 แห่งการเอาชีวิตรอด】
【มหาภัยพิบัติยังมาไม่ถึง】
เจียงหลี่มองแผงข้อมูลส่วนตัว
แม้จะดูเหมือนเวลาผ่านไปนานแล้ว แต่แท้จริงเธอเพิ่งมาอยู่ในโลกนี้ได้แค่ 22 วัน
