พอมาถึงบริษัท ทุกคนที่เห็นฟู่หลินยวนอุ้มเด็กมาทำงานก็ตกตะลึงจนแทบหุบปากไม่ลง
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังได้ยินเจ้าหนูน้อยที่ซุกอยู่ในอ้อมแขนของฟู่หลินยวนร้องเรียกเขาว่าคุณพ่อ
ทุกคนทั้งสงสัยทั้งประหลาดใจ ไม่เห็นได้ยินข่าวว่าประธานบริษัทฟู่แต่งงานแล้วนี่นา แล้วจู่ ๆ มีเด็กตัวโตขนาดนี้โผล่มาได้ยังไง
หรือว่าประธานฟู่ของพวกเขากำลังเล่นบทตามง้อเมียจนสายเกินแก้แบบคลาสสิกอยู่
พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา พนักงานทั่วทั้งบริษัทก็พากันจินตนาการถึงเรื่องราวภรรยาพาลูกในท้องหนีไปสารพัดเวอร์ชัน
ส่วนฟู่หลินยวนก็เลื่อนขั้นจากหนุ่มโสดทองคำกลายเป็นพ่อเลี้ยงลูกตัวจริงเสียงจริง เพราะแค่ระยะทางสั้น ๆ เท่านี้ พวกเขาก็มองออกแล้วว่าเขาอ่อนโยนกับเจ้าหนูน้อยในอ้อมแขนมากแค่ไหน
นี่เป็นครั้งแรกที่น้องเสวี่ยเอ๋อร์ตามฟู่หลินยวนมาบริษัท เธอซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน ไม่กล้าโผล่หน้าออกมา มีเพียงมือที่กำเสื้อของเขาไว้แน่นเท่านั้นที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยให้เธอขึ้นมาบ้าง
ฟู่หลินยวนสังเกตเห็นว่าน้องเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ค่อยสบายใจ จึงรับเสื้อสูทจากมือผู้ช่วยเฉินมาคลุมให้เธอ ฝ่ามือใหญ่ประคองท้ายทอยไว้ โอบเธอไว้ในอ้อมกอดอย่างมิดชิด
ภาพตรงหน้าที่มืดลงกะทันหันกับกลิ่นคุ้นเคยที่โอบล้อมทั้งตัว ทำให้น้องเสวี่ยเอ๋อร์ค่อย ๆ คลายมือ ในพื้นที่มิติเล็ก ๆ แห่งนั้นราวกับเป็นท่าเรือที่ปลอดภัยที่สุด
“ชอบคุณพ่อ”
ดวงตากลมโตดุจผลองุ่นเต็มไปด้วยความพึ่งพาที่มีต่อฟู่หลินยวน มือเล็กจับกระดุมบนเสื้อเชิ้ตของเขาเล่น นิ้วมือขาวนุ่มกลับขาวยิ่งกว่ากระดุมสีขาวที่เปล่งประกายเสียอีก
ฟู่หลินยวนก้มลงแตะหน้าผากเธอเบา ๆ แล้วเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
การกระทำนี้ทำให้คนที่เห็นอดตื่นเต้นขึ้นมาอีกไม่ได้ พวกเขาไม่คิดเลยว่าประธานบริษัทฟู่ผู้เคร่งขรึมอยู่เสมอ พออยู่กับเด็กแล้วจะสนิทสนมอ่อนโยนถึงขนาดนี้ ราวกับเป็นคนละคน
