หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ที่ถูกขัดจังหวะหันไปมองเด็กหนุ่มหน้าตาหมดจดซึ่งหน้าแดงก่ำ พอสายตาของทั้งคู่ประสานกัน อีกฝ่ายก็รีบก้มหน้าลงทันที จ้องปลายรองเท้าของตัวเอง แล้วยื่นจดหมายออกมาด้วยสองมือ ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเค้นประโยคติดขัดออกมาได้ว่า
“พี่...พี่หยุนครับ ผม...ผมโจวซือเหยียน จากสาขาคอมพิวเตอร์รุ่นที่ 27 ขอเป็น...เพื่อนกับพี่ได้ไหมครับ”
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนสารภาพรักกับเธอด้วยวิธีแบบนี้ หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง พลางลังเลว่าจะปฏิเสธอย่างไรดี
สวี่เจ๋อจิ่งที่ตามมาทันชะลอฝีเท้าลงอย่างไม่ใส่ใจ เขาแบ่งน้ำให้หยุนเสวี่ยเอ๋อร์กับถังเหวินถิง ก่อนจะจ้องเด็กหนุ่มที่กำลังรอคำตอบจากหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ ความกล้าบางอย่างพลันเอ่อขึ้นในใจ “ขอโทษครับ”
พอได้ยินสองคำนั้น เด็กหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นพรวด ถึงได้เห็นว่าข้างหยุนเสวี่ยเอ๋อร์มีผู้ชายอีกคนมายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ แถมยังเป็นสวี่เจ๋อจิ่งจากอันดับคนดังของมหาวิทยาลัยด้วย
เด็กหนุ่มที่ทำอะไรไม่ถูกรีบก้มศีรษะให้ด้วยความตื่นตระหนก เอ่ยขอโทษตะกุกตะกัก ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไป
พออีกฝ่ายจากไปแล้ว สวี่เจ๋อจิ่งถึงได้รู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป เขากลัวว่าจะทิ้งความประทับใจที่ไม่ดีไว้ จึงรีบพูดว่า “ขอโทษนะ เสวี่ยเอ๋อร์ เมื่อกี้ผมบุ่มบ่ามไปหน่อย”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ยังไม่ทันได้พูด ถังเหวินถิงก็รีบเอ่ยขึ้นมาก่อน “ไม่เป็นไร คุณช่วยปฏิเสธแทนเสวี่ยเอ๋อร์พอดีเลย”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์เองก็ไม่อยากพูดอะไรต่อ เพียงเอ่ยขอบคุณเขาเบา ๆ
จากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางไปโรงอาหารกันต่อ
พอขึ้นมาถึงชั้นสิบ ก็เป็นอย่างที่ได้ยินข่าวลือมา บรรยากาศสง่างาม เปิดโล่ง และไม่แออัด
ถังเหวินถิงพาหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ไปเลือกที่นั่งตรงมุมหนึ่ง แล้วจึงเตรียมไปตักอาหาร
