วันนี้เป็นเทศกาลชีซี หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ตั้งใจค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต จึงรู้ว่านี่เป็นเทศกาลที่คู่รักในโลกใบนี้นิยมฉลองกัน ทั้งชายและหญิงต่างเตรียมของขวัญกับเซอร์ไพรส์ที่มีให้กันเฉพาะในวันนี้
เธอเองก็อยากเตรียมเซอร์ไพรส์ให้ป๋อชือเหยียน หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ผูกผ้ากันเปื้อน หยิบอุปกรณ์ออกมาอย่างกระตือรือร้น ตั้งใจจะทำเค้กด้วยตัวเองมอบให้เขา
แต่ตอนที่กำลังจะลงมือ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นกะทันหัน
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์รวบชายกระโปรงขึ้น ล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเสื้อ พอเห็นว่าคนโทรมาคือป๋อชือเหยียน ดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์ของเธอก็ยิ่งเปล่งประกาย
“ฮัลโหล ป๋อชือเหยียน...”
เสียงหวานละมุนส่งผ่านโทรศัพท์ไปถึงหูของป๋อชือเหยียนซึ่งยังอยู่ที่บริษัท เสียงใสหวานแต่เดิมพลันพร่าเลือนขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน จนหูของเขาชาวาบและนั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไป
ไม่ใช่ว่าเขาอยากมาบริษัทหรอก แต่เป็นเพราะเบบี๋ของเขาบอกว่าจะเตรียมเซอร์ไพรส์ให้ จึงไล่เขามาที่บริษัท ทั้งยังกำชับว่าห้ามกลับไปถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเธอ
คำพูดของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ทำให้ป๋อชือเหยียนกระสับกระส่ายตลอดครึ่งวัน แทบไม่ได้ทำงานเลยสักอย่าง
ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เขาจึงหยิบโทรศัพท์โทรหาเธอ แต่พอเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่ากลับไปได้หรือยัง ปลายสายกลับตอบสั้น ๆ สองคำให้เขาผิดหวัง “ไม่ได้”
เมื่อได้ยินเสียงตู๊ด ๆ หลังถูกวางสาย ความกระวนกระวายในใจของป๋อชือเหยียนก็พุ่งถึงขีดสุด แต่เขายังคงทำตามคำสั่งของที่รักอย่างว่าง่าย ต่อให้ร้อนใจแค่ไหนก็ยังนั่งนิ่งอยู่กับที่ หมุนปากกาในมืออย่างเบื่อหน่าย
เซอร์ไพรส์... ไม่รู้ว่าเบบี๋ของเขาจะเตรียมอะไรให้กันนะ
ป๋อชือเหยียนมองกล่องบนโต๊ะ เขาไม่รู้ว่าควรเตรียมอะไรให้เบบี๋ของเขาถึงจะดีที่สุด จึงทำได้เพียงมอบทรัพย์สินทั้งหมดของตัวเองให้เธอเป็นของขวัญ ไม่รู้เหมือนกันว่าเบบี๋จะคิดว่าเขาน่าเบื่อหรือเปล่า
