“เสวี่ยเอ๋อร์ อาบน้ำเสร็จหรือยัง?” ลู่จื้อเคาะประตูแบบขอไปทีแล้วถือข้อสอบที่แจกวันนี้เดินเข้าห้องของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ไป
“พี่มาอธิบายให้ฟัง”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ที่กำลังหมกมุ่นกับการเล่นมือถืออยู่รอๆ ก็สะดุ้งตกใจกับคนที่เดินเข้ามา เธอเงยหน้าขึ้นมองไปที่ประตูอย่างมึนงง
“ห๊ะ?”
ในมุมมองของลู่จื้อ แสงเย็น ๆ จากหน้าจอมือถือส่องผิวของเธอขาวราวหิมะ จมูกเล็ก ๆ ที่เชิดขึ้นอย่างมีเสน่ห์เหมือนไข่มุกชุบน้ำ งามใสเป็นประกาย
ดวงตาสีดำเข้มชุ่มชื้นมาก เสียงก็อ่อนหวานนุ่มนวล เหมือนขนมเหนียวไส้ถั่วแดง ๆ ก้อนหนึ่ง
ช่างเป็นเด็กน้อยที่น่ารักอะไรขนาดนี้
แต่สายตาของลู่จื้อขยับไปนิดเดียว ก็เห็นหน้าจอมือถือที่กำลังเปิดคลิปผู้ชายเต้นอยู่บนโต๊ะ
คิ้วเขาขมวดทันที สายตาคมกริบขึ้นมาทันที
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ตกใจกับท่าทางของเขา รีบกดปิดจอมือถืออย่างรวดเร็ว พอจะลุกขึ้น ลู่จื้อก็ขยับเข้ามาขวางไว้
ลู่จื้ออายุสิบแปดปีสูงมากแล้ว ไหล่ก็กว้าง พอขยับเข้ามาใกล้ก็ให้ความรู้สึกกดดันแบบมองลงมาจากที่สูง ยิ่งเป็นตอนที่ถูกจับได้ด้วย สายตาคู่นั้นจ้องมองเธออย่างดุดัน ทำเอาหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ตกใจจนไม่กล้าขยับ
กลัวเขาจะเข้ามาใกล้อีก หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ที่จู่ ๆ ก็กล้าขึ้นมา เอานิ้วชี้ข้างหนึ่งยันไปที่อกของชายหนุ่ม
แต่พอออกแรงนิดเดียว หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่นิ้วที่งอเข้า ใบหน้าเล็ก ๆ งดงามบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ เสียงพูดสั่นระริก:
“พี่คะ หน้าอกพี่แข็งจัง”
ลู่จื้อมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่น่าสงสารของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ ก้มหน้ามองนิ้วที่ยื่นมาตรงหน้า
ขาวผ่อง เนียนนุ่ม งดงามประณีต ปลายนิ้วยังแต้มสีชมพูจาง ๆ
เด็กสาวที่เขาเลี้ยงมาหลายปี ไม่มีที่ไหนที่ไม่บอบบาง
ดังนั้นไม่ใช่เขาที่แข็ง แต่เป็นเธอที่อ่อนเกินไปต่างหาก
เห็นอีกฝ่ายไม่พูด หยุนเสวี่ยเอ๋อร์เดาว่าการทำเป็นน่าสงสารยังไม่พอ เธอจึงเอานิ้วนั้นจิ้มที่อกเขาอีกที ทำท่าอ่อนแอ น่าสงสาร:
