“อือ เจ็บจัง มู่ชิงอวี่ เบามือหน่อยสิ”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์เงยหน้านั่งอยู่บนอ่างล้างหน้า มือทั้งสองยันขอบอ่างไว้ กำลังเพลิดเพลินกับการปรนนิบัติของมู่ชิงอวี่อยู่แท้ ๆ แต่ด้ามแปรงสีฟันกลับกระทบริมฝีปาก ความเจ็บแปลบเล็ก ๆ พลันแล่นขึ้นมา หยุนเสวี่ยเอ๋อร์จึงเตะต้นขาเขาเบา ๆ พลางคาบแปรงสีฟันบ่นอุบอิบจนฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง
สายตาของมู่ชิงอวี่เลื่อนไปหยุดอยู่ที่เท้าขาวนวลคู่นั้น ก่อนจะเริ่มจินตนาการไปไกล...
“มู่ชิงอวี่ ได้ยินหรือเปล่า!”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ขยับเท้าอีกครั้ง ใบหน้าแสดงท่าทีเอาแต่ใจอย่างน่าเอ็นดู
“ได้ยินแล้วครับ นายท่าน”
มู่ชิงอวี่ขยับเข้ามาใกล้อีกก้าว หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ฉวยโอกาสโอบเอวเขาไว้ ในใจรู้สึกสุขใจเหลือเกิน แบบนี้แหละสบายที่สุด
แววตาของมู่ชิงอวี่เป็นประกาย มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าเล็ก ๆ ของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ ส่วนอีกข้างก็แปรงฟันให้เธอช้าลง
ตอนนี้ทั้งสองสนิทสนมกันราวกับคู่สามีภรรยาที่รักใคร่กันดี
“มู่ชิงอวี่ ช่วยดูให้หน่อยสิ ทำไมปากฉันถึงเจ็บ ๆ นะ”
หลังแปรงฟันเสร็จ มู่ชิงอวี่ก็เอาผ้าขนหนูอุ่น ๆ มาประคบใบหน้า หยุนเสวี่ยเอ๋อร์จึงเอ่ยขอให้เขาช่วยดูอย่างเป็นธรรมชาติ
มู่ชิงอวี่วางผ้าขนหนูลงบนดวงตาของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ ก้มหน้าลงเล็กน้อย ลมหายใจร้อนผ่าวค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้ จนอบอวลอยู่ในโพรงจมูกของเธอ
หอมจัง กลิ่นของโชคชะตานี่เอง
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้รู้สึกต่อต้านที่มู่ชิงอวี่เข้ามาใกล้ กลับเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพราะอยากสูดกลิ่นให้มากขึ้น
เห็นหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ทำท่าราวกับกำลังยื่นหน้าให้จูบ มู่ชิงอวี่ก็กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
กลิ่นหอมหวานที่ทำให้เขาคลุ้มคลั่งเมื่อคืนอยู่ใกล้แค่เอื้อม ขอเพียงก้มลงอีกนิดก็แตะถึงแล้ว
เมื่อเห็นหยุนเสวี่ยเอ๋อร์มองเขาด้วยแววตาไว้วางใจ มู่ชิงอวี่ก็กำหมัดแน่น
ที่รักจะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ได้อย่างไร แม้แต่บริเวณที่บอบบางเช่นนี้ยังยอมให้เขาตรวจดูโดยไม่ปิดบัง
