“ปัง!”
ทันทีที่ฉีเจ๋อเหยียนเห็นข้อความ โทรศัพท์ในมือก็ถูกเขาขว้างใส่ผนังฝั่งตรงข้ามอย่างแรง
ผนังที่ตกแต่งไว้อย่างประณีตแตกเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ในพริบตา ส่วนหน้าจอโทรศัพท์ที่ร่วงลงมาก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ
บนหน้าจอที่แตกร้าวยังพอมองเห็นข้อความในหน้าต่างแชตที่บันทึกชื่ออีกฝ่ายไว้ว่า ‘ที่รัก’ ได้ราง ๆ
“ฉีเจ๋อเหยียน ฉันออกไปข้างนอกแป๊บหนึ่ง พรุ่งนี้ฉันค่อยไปหาคุณนะ ได้ไหม?”
ฉีเจ๋อเหยียนจ้องรอยแตกตรงหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำ รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองก็แตกร้าวตามไปด้วย
ทำไมกัน
ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าที่รักเองก็เริ่มมีใจให้เขาแล้ว
แต่ทำไมพอฉีเหลียนกลับมา เธอก็ทิ้งเขาไปทันที
แค่เอาเรื่องสัญญาหมั้นมาขู่ เธอก็รีบยอมแต่โดยดี
เธออยากแต่งงานกับฉีเหลียนขนาดนั้นเลยหรือ?
ความผิดหวังครั้งใหญ่และความหึงหวงคอยทรมานเขาไม่หยุด
ภาพช่วงเวลาหวานชื่นที่ทั้งสองเคยใช้ร่วมกันผุดขึ้นมาในหัวไม่ขาดสาย
ที่รักตอนออดอ้อน ที่รักตอนโมโห ที่รักผู้น่ารัก ที่รักยามเหม่อลอยเพราะเขา ทุกฉากปรากฏขึ้นในหัวอย่างรวดเร็วราวกับภาพเร่งความเร็ว
จนกระทั่งภาพสุดท้าย ใบหน้าของเธอในกล้องวงจรปิดที่ดูเป็นกังวลเพราะกลัวการยกเลิกสัญญาหมั้น กับข้อความสั้น ๆ นั้น ก็กลบภาพแสนงดงามทั้งหมดจนมิด
หยดแล้วหยดเล่า
ผู้ชายที่ไม่เคยร้องไห้เลยตั้งแต่จำความได้ กลับหลั่งน้ำตาเพราะความรัก
หยดน้ำตาร่วงลงบนมือที่สั่นระริกทีละหยด
ในหัวของเขามีแต่ความเจ็บปวด เจ็บปวดที่หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ไม่เลือกตัวเอง
ราวกับมีเส้นนับไม่ถ้วนพันรัดสมอง ยิ่งคิดถึงที่รักแต่ละครั้ง มันก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายฉีเจ๋อเหยียนก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนหมดสติไปทั้งอย่างนั้น
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ที่ตามฉีเหลียนมาถึงบาร์ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉีเจ๋อเหยียน จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอก จนแทบหมดสติไปทั้งคน
ร่างที่อ่อนแรงพิงผนังอยู่พักใหญ่กว่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัว
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
