หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ไม่รู้ว่าทำไมเรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้ ทั้งที่เธอแค่ถามไปคำเดียว ก็ได้เห็นป๋อชือเหยียนที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง
“ไม่ใช่นะ ตามหลักแล้วพอฉันกลับไป คุณก็น่าจะลืมเรื่องของฉันไปแล้วนี่”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ประคองใบหน้านั้นขึ้นมาเหมือนครั้งก่อน พอเห็นป๋อชือเหยียนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วเผยสีหน้าแบบนี้อีกครั้ง หัวใจของเธอก็พลันรู้สึกขมขื่นขึ้นมา
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเขากำลังหวาดกลัว จึงไม่มีเวลาสนใจว่าทำไมป๋อชือเหยียนถึงยังจำได้ รีบเอ่ยปลอบเขา
“อย่าร้องไห้นะ ป๋อชือเหยียน ฉันแค่แปลกใจว่าทำไมคุณยังจำฉันได้ ไม่ได้คิดอย่างอื่นเลย ถ้ารู้ว่าคุณยังจำฉันได้ เมื่อคืนฉันคงไม่ดื่มเหล้าแก้วนั้นหรอก”
เมื่อนึกถึงป๋อชือเหยียนที่เก็บความทรงจำเหล่านั้นไว้และเฝ้ารอเธอมาตลอด หัวใจที่ขมขื่นก็เริ่มเจ็บแปลบขึ้นมา เธอจึงยืดตัวขึ้นโดยไม่ลังเล แล้วประทับจูบที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูลงบนดวงตาแดงก่ำของเขา
“ขอบคุณนะ ป๋อชือเหยียน ขอบคุณที่ยังจำฉันได้ ขอบคุณที่รอฉันมาตลอด หลายปีมานี้ คุณคงลำบากมากเลย”
ริมฝีปากอุ่นระอุแตะผ่านเปลือกตาของป๋อชือเหยียน ก่อให้เกิดความรู้สึกรุนแรงราวกับกระแสไฟแล่นผ่าน
ความรู้สึกหดหู่และด้อยค่าที่มีอยู่แต่เดิมพลันถูกจูบนี้ปลอบประโลมจนหายไป ป๋อชือเหยียนขยับตัว โอบเธอเข้ามาในอ้อมแขน
ร่างสูงใหญ่บดบังสายตา หยุนเสวี่ยเอ๋อร์จึงกอดป๋อชือเหยียนแน่นโดยไม่รู้ตัว ส่วนเขาก็ตอบจูบเธออย่างรวดเร็ว
จูบนั้นแผ่วเบาแตะลงบนหน้าผาก แล้วผละจากกันทันที แม้ช่วงเวลาที่สัมผัสกันจะสั้น ทว่าความรู้สึกที่หลงเหลือกลับร้อนผ่าว
ป๋อชือเหยียนได้จูบมาอย่างไม่คาดฝัน ความหวาดหวั่นและไม่มั่นใจทั้งหมดพลันถูกคลื่นน้ำที่โหมเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยกลืนหายไป เหลือเพียงความยินดีราวกับได้ชีวิตกลับคืนมาหลังรอดพ้นหายนะ
