“คุณกระต่าย เราจะไปกันแบบนี้เลยเหรอ?”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์มองท้องฟ้าที่ยังสว่างไม่มากนัก นั่งอยู่เบาะหลังของรถด้วยท่าทีอาลัยอาวรณ์
เมื่อคืนเธอเพิ่งจบการแลกเปลี่ยนโชคชะตากับมู่ชิงอวี่ เธอยังอยากอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นนั้นต่ออีกสักพัก
“แน่นอนสิ! หรือจะรอให้มู่ชิงอวี่ตื่นก่อนล่ะ? เราต้องฉวยจังหวะที่เขาเสียพลังไปเกือบหมดและยังไม่ฟื้นตัวดี แอบหนีไปเงียบ ๆ ไม่อย่างนั้น ด้วยระดับความหลงใหลที่เขามีต่อเธอตอนนี้ แค่เธอเดินห่างไปหนึ่งเมตร เขาก็พุ่งเข้ามากอดทันทีแล้ว”
ระบบกอดอกบ่นต่อ “ไม่รู้พระเอกเป็นอะไร กินแรงคนอื่นแล้วยังไม่รู้สึกผิด แถมยังกล้ามาเล็งโฮสต์ผู้น่ารักน่าเอ็นดูของฉันอีก”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของมัน สายตาเอาแต่มองย้อนกลับไป ดวงตาฉ่ำวาวยังซ่อนความปรารถนาที่ยังจางหายไปไม่หมดเอาไว้
“คุณกระต่าย แล้วเราจะกลับมาได้เมื่อไหร่?”
ระบบตอบ “สามปี อีกสามปีเราก็กลับมาได้แล้ว”
“ถึงตอนนั้นมู่ชิงอวี่ก็กลายเป็นคนใหญ่คนโตในแวดวงธุรกิจแล้ว ไม่ใช่นักศึกษายากจนอย่างเมื่อก่อนอีกต่อไป ไม่รู้ว่าจะมีคนมากมายแค่ไหนคอยประจบเขา”
ใบหน้าของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์หม่นลง “นานขนาดนั้นเลย...”
ตระกูลหยุน
มู่ชิงอวี่ซึ่งถูกทิ้งไปโดยไม่ได้รับคำบอกกล่าว นั่งก้มหน้าอยู่บนเตียงด้วยสีหน้ามืดครึ้ม เมื่อเห็นรอยเล็บจาง ๆ บนแผงอก เขาก็อดหัวเราะเย็นชาไม่ได้
กระดาษโน้ตที่ถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นสะท้อนแสงสลัว ลายมือเรียบร้อยงดงามนั้นทิ่มแทงดวงตาเขาจนเจ็บแปลบ
“มู่ชิงอวี่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว ลาก่อน”
