เช้าวันถัดมา ทันทีที่หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ลืมตาขึ้น ก็พบว่าตนเองมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนแล้วจริง ๆ
ดูท่าความเหน็ดเหนื่อยเมื่อคืนก็ไม่ได้สูญเปล่าสินะ หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ลุกขึ้นนั่งอย่างเริงร่า
ฉีโม่ซึ่งเฝ้าอยู่ในห้องและจัดการงานต่าง ๆ มาตลอดได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากบนเตียง จึงรีบรุดเข้าไปทันที
เมื่อเปิดม่านออก เขาก็เห็นรอยยิ้มหวานของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ มือที่จับม่านไว้พลันกำแน่นขึ้น
ผิวพรรณที่ได้รับการบำรุงดูเปล่งปลั่งขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับสีระเรื่อแผ่ซ่านออกมาจากภายใน ดวงตาก็ใสกระจ่างยิ่งกว่าเดิม ยามมองผู้คนทั้งบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ทั้งแฝงเสน่ห์เย้ายวนโดยไม่รู้ตัว
ฉีโม่ยืนนิ่งข้างเตียงอยู่หลายวินาที จิตใจราวกับถูกคนบนเตียงดึงดูดไป จนเผลอเหม่อลอยอย่างที่หาได้ยาก
“ท่านพี่~”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์โผเข้าหาเขา โชคดีที่ร่างกายของนางมีสภาพพิเศษจากการเป็นภูตดอกไม้น้อย จึงไม่รู้สึกไม่สบายแม้แต่น้อย กลับนุ่มนวลอ่อนระทวยยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
กลิ่นหอมอบอวลโชยเข้าจมูก ฉีโม่กลืนน้ำลาย ก่อนก้มมองใบหน้าน้อย ๆ ที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม แล้วอดใจไม่ไหวจนโน้มเข้าไปหา
“เสวี่ยเอ๋อร์ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
เมื่อคืนเขาร้อนแรงเกินไป ทั้งยังไม่ได้คิดให้รอบคอบ จึงคอยสังเกตอาการของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ตลอดทั้งคืน
แต่เมื่อถึงตอนเช้า ครั้นเขาสั่งให้คนนำยามาเตรียมทาให้ นาทีนั้นของในมือก็ร่วงลงพื้นอย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่เมื่อคืนเห็นชัด ๆ ว่า...
ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาได้ยินเสียงตัวเองกลืนน้ำลายอย่างชัดเจน แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว
ที่แท้น้องเสวี่ยเอ๋อร์ของเขาเก่งกาจถึงเพียงนี้!
