รอยยิ้มบนใบหน้าของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์แข็งค้าง มือเล็กกำชายกระโปรงอย่างทำอะไรไม่ถูก จังหวะนั้นฮ่องเต้น้อยก็วิ่งพรวดเข้ามา
“ดีเหลือเกิน! พระชายาเสด็จอา มองเห็นแล้ว! ไป ๆ พวกเราไปเล่นกันเดี๋ยวนี้เลย!”
หัวใจที่เต้นระทึกค่อย ๆ สงบลง หยุนเสวี่ยเอ๋อร์มองท่าทางตื่นเต้นของฮ่องเต้น้อย แล้วพลอยอารมณ์ดีตามไปด้วย
นางกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะโน้มเข้าไปกระซิบข้างหูฮ่องเต้น้อย “ถ้าอย่างนั้น เจ้าช่วยอย่าเพิ่งบอกฉีโม่ได้ไหม?”
ฮ่องเต้น้อยได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่านี่ไม่เท่ากับเป็นความลับของพวกเขาสองคนหรอกหรือ เขาจึงตบอกอย่างองอาจ “วางใจเถอะ พระชายา ข้าไม่มีทางบอกเสด็จอาหรอก”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์กว้างขึ้น นางกำลังจะชวนเขาไปเล่นด้วยกัน พลันมีเสียงคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง น้ำเสียงเย็นเยียบจนแผ่นหลังของนางเย็นวาบ
“หืม? เรื่องอะไรที่ไม่คิดจะบอกข้า?”
สีหน้าฮ่องเต้น้อยเปลี่ยนไปทันที เขาชะโงกข้ามไหล่หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ ชี้ไปยังคนที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน แล้วร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
“เสด็จ...เสด็จอา!”
ฉีโม่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม ดวงตาจับจ้องคนทั้งสองไม่วางตา ก่อนก้าวเข้ามาหาทีละก้าว
ทั้งที่ใบหน้าไม่แสดงร่องรอยโกรธเคือง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับน่าหวาดหวั่นจนชวนขนลุก
ฮ่องเต้น้อยมองฉีโม่ในสภาพเช่นนั้น กลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดกลัว ขาก็ถอยไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัว
ขณะที่ฉีโม่กำลังจะเข้าใกล้ ฮ่องเต้น้อยก็พุ่งตัวออกไปทันที ตั้งใจจะลอบหนีไปทางด้านข้าง แต่ท้ายทอยกลับถูกคว้าหมับไว้เสียก่อน
