ยามดึก สายลมเยือกเย็นพัดโชย
เงาร่างหลายสายแทรกซึมเข้าสู่ความมืดมิด ลอบเข้าไปภายในจวนตระกูลฉินอย่างเงียบเชียบ
พวกมันคือนักฆ่าจากหอคอเลือดที่ซ่างกวนชิงเชิญมา ล้วนเป็นนักฆ่าระดับทองคำแท้จริง แต่ละคนมีพลังเทียบเท่าขั้นหลอมรวมปราณระยะกลาง
ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ แม้แต่อยู่ในตระกูลชั้นยอด ก็ล้วนเป็นเสาหลักที่มั่นคง เป็นใหญ่เป็นโตอย่างแท้จริง
และครั้งนี้ ผู้ที่แอบเข้ามาในตระกูลฉิน มีมากถึงเก้าคนด้วยกัน
ทั้งเก้าตรงมายังนอกเรือนที่ฉินอิ่นพักอยู่ เตรียมจะบุกรุกสังหารภายในเรือน
เงาโลหิตสายหนึ่งพุ่งเข้าใส่ พร้อมกับไอสังหารทะลวงฟ้า ทำให้ทั้งเก้าคนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย
นักฆ่าคนหนึ่งยังไม่ทันตอบสนอง เบื้องหลังก็ปรากฏเงาโลหิตขึ้นอีกสาย เงากระบี่ที่ปกคลุมด้วยไอเลือดแทงลงมาอย่างไร้สุ้มเสียง
ในชั่วพริบตาที่แสงโลหิตเจิดจ้า นักฆ่าผู้นี้แม้แต่เวลาตอบสนองยังไม่มี ร่างกายก็บังเกิดรอยกระบี่มากมาย และล้วนเป็นบาดแผลถึงตาย เสียชีวิตในทันที
ภาพเหตุการณ์นี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำให้นักฆ่าอีกแปดคนตื่นตัว พลังขั้นหลอมรวมปราณระยะกลางปะทุขึ้นในชั่วขณะ พวกมันต่างก็ล็อกเป้าหมายไปที่เงาร่างในชุดดำทันที
ผู้ที่ปรากฏตัวคือฉินอิ่น
ใบหน้าของนักฆ่าระดับทองคำทั้งแปดเต็มไปด้วยความเย็นชา แท้จริงแล้วมิได้นึกคิดเลยว่า ฉินอิ่นผู้มีขอบเขตเพียงขั้นแปรสมุทรขั้นสาม จะสามารถลอบสังหารนักฆ่าระดับทองคำขั้นหลอมรวมปราณขั้นสี่ได้
และยิ่งไปกว่านั้น วิธีการสังหารของฉินอิ่นยังช่ำชองอย่างยิ่ง ทุกกระบี่ล้วนมุ่งสังหารโดยตรง
เจตนาฆ่าอันดุร้ายในดวงตานั้น ร้ายกาจและน่าสะพรึงกล้วยิ่งกว่าพวกมันเสียอีก
พึงรู้เถิดว่า พวกมันคือนักฆ่ามืออาชีพ มือของพวกมันไม่รู้เปื้อนโลหิตมาแล้วมากน้อยเพียงใด ถึงกระนั้นในตอนนี้ ในใจของพวกมันกลับเกิดความรู้สึกเคลือบแคลงในความสามารถการสังหารของตนเอง
นี่มันเป็นภาพหลอนหรือ?
สำหรับฉินอิ่นแล้ว การจะสังหารนักฆ่าขั้นหลอมรวมปราณขั้นสี่อย่างง่ายดายเช่นนี้ในการต่อสู้ต่อหน้านั้น หาใช่เรื่องง่ายไม่ แต่อย่าลืมว่า เมื่อเทียบกับการต่อสู้ต่อหน้า ความสามารถในการลอบสังหารของเขา ย่อมไม่ด้อยไปกว่านักฆ่าผู้ใดเลย
