รอบข้างเงียบงันราวกับตายไปชั่วขณะ
เสมียนทุกคนยืนนิ่งงันอยู่กับที่ ก่อนใบหน้าจะพร้อมใจกันแดงก่ำในเวลาเพียงไม่นาน ควันสีเขียวพวยพุ่งออกจากศีรษะเป็นระลอก
นั่นมัน...
“(ΩДΩ)!! ใหญ่(ปี๊บ——)(ปี๊บ——)ชะมัด!!”
……
……
【ติ๊ง! ความตกตะลึงของไอลีน่า +10】
【ติ๊ง! จอยตกตะลึงเพราะคุณ ความตกตะลึง +30】
ติ๊ง ๆ ๆ——
เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นข้างหูไม่ขาดสาย ท่อนล่างของหลินเอินหันตรงไปยังคริสตัลตรงหน้าอกของเด็กสาวตาบอด เขาจึงหันขวับไปมองรอบด้านอย่างงุนงงโดยไม่รู้ตัว
“อะไรน่ะ?”
แม้จะมีเสียงแจ้งเตือนระบบดังอยู่ข้างหู แต่กลับไม่มีเศษชิ้นส่วนตกลงมาเลย
เขาจึงอดงุนงงไม่ได้
เขายักไหล่ ไม่สนใจอีก ก่อนจะหันไปมองเด็กสาวหน้าซีดที่อยู่ตรงข้าม แล้วเอ่ยอย่างเป็นมิตรว่า
“สวัสดีจ้ะ หนูน้อยดึกป่านนี้แล้วยังไม่กลับบ้านอีก มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ไม่กลัวเจอลุงไม่ดีหรือไง?”
เขาถามด้วยความเป็นห่วง
“ซี้ด ๆ——จิ๊ ๆ ฮี่ (เสียงล่อลวงอันน่าขนลุก)——(น้ำเสียงบิดเบี้ยว)——(สำเนียงชั่วร้าย) อ๊า——”
หลิวลี่อินเงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอย รับฟังเสียงกระซิบอันน่าสะพรึงกลัว
เธอสั่นเทาพลางกอดแขนตัวเองไว้ ความหวาดกลัวมหาศาลนั้นแทบจะห่อหุ้มวิญญาณของเธอไว้ทั้งดวง น้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย
เธอรู้ดี
มันคือสิ่งประหลาดน่าสะพรึงกลัวที่จุติลงมายังโลก
เสียงกระซิบอันบิดเบี้ยวเช่นนี้ ราวกับเสียงสะท้อนจากขุมนรก!
ที่มันยังไม่ฆ่าเธอ คงเพราะอยากหยอกเย้าเธอเล่น เหมือนแมวเจอหนู รอจนเล่นกับเธอจนพอใจแล้วค่อย ๆ ทรมานเธอจนตาย
“ทำไมไม่พูดล่ะ?”
เห็นเธอไม่พูด หลินเอินก็ชะงักไป
เธอไม่ตอบ เพียงแต่...
แต่ไม่นานเขาก็ตบหน้าผาก สูดหายใจลึก
“เกือบลืมไปเลย เธอจะฟังภาษาของฉันรู้เรื่องได้ยังไง?”
