โหวผู้ภักดีกล้าหาญมองภาพตรงหน้า พลันตวาดด้วยโทสะ “ลูกอกตัญญู! เจ้ากล้ารังแกชิงหว่านอีกแล้วหรือ?”
หากขาของโหวผู้ภักดีกล้าหาญยังดีอยู่ เขาคงกระโดดลงจากรถเข็นไปอัดลูกชายแล้ว
เขาเหวี่ยงเตาอุ่นมือในมือใส่ลูกชาย เตาอุ่นมือนั้นทำจากทองแดง ข้างในยังมีถ่านไฟลุกโชน หากฟาดโดนศีรษะเข้า คงเลือดตกยางออกเป็นแน่
กู้หยุนรุ่ยหลบตามสัญชาตญาณ เตาอุ่นมือหล่นแตกอยู่ข้างเท้าซูชิงหว่าน ถ่านไฟข้างในกระเด็นกระดอนออกมา
ฉินซินรีบประคองซูชิงหว่านหลบไป เกรงว่าชายกระโปรงจะถูกถ่านไฟที่กระเด็นมาถูกเข้า
ซูชิงหว่านมองกู้หยุนรุ่ยลึกซึ้งแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “หากท่านเป็นซื่อจื่อจริง เมื่อครู่ท่านคงปกป้องข้า ไม่ใช่หลบไปเช่นนั้น”
ก่อนที่ทั้งสองจะแต่งงานกัน ในงานเลี้ยงครั้งหนึ่ง สาวใช้คนหนึ่งถือถ้วยน้ำชาร้อนลวกไว้ไม่มั่นคง เห็นอยู่แล้วว่ากำลังจะหกใส่ซูชิงหว่าน แต่กู้หยุนรุ่ยกลับตาไวมือไว เข้ามาขวางไว้ได้ทัน
เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง ทว่าเขากลับเลือกหลบ ทั้งยังขัดแย้งกับคำพูดที่เพิ่งกล่าวไปเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
กู้หยุนรุ่ยรู้สึกหงุดหงิดใจ กำลังจะอธิบาย แต่ซูชิงหว่านกลับเดินฉับ ๆ ไปถึงข้างรถเข็นของโหวผู้ภักดีกล้าหาญแล้ว นางยอบกายคำนับ กลั้นเสียงสะอื้นเอ่ยว่า “ขอท่านพ่อโปรดให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วยเจ้าค่ะ น้องรองไม่รู้จู่ ๆ เป็นบ้าอะไรขึ้นมา จึงดึงดันว่าตนเป็นซื่อจื่อ ทั้งยังจะให้ข้าขับบุตรของซื่อจื่อในครรภ์ออกเสีย เขาคิดจะทำอะไรกันแน่เจ้าคะ?”
ขณะเอ่ย นางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหางตาที่แดงก่ำ สีหน้าดูน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนัก
เดิมทีโหวผู้ภักดีกล้าหาญก็รู้สึกผิดต่อสะใภ้ใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อครู่เตาอุ่นมือที่ขว้างออกไปยังเกือบโดนนาง เขาเป็นแม่ทัพผู้หยาบกระด้าง อีกทั้งอยู่ในฐานะพ่อสามี จึงไม่สะดวกจะพูดอะไร ได้แต่จ้องลูกชายเขม็ง
“ลูกอกตัญญู! นี่เจ้าคิดจะแยกบ้านแล้วไสหัวออกจากจวนโหวเดี๋ยวนี้เลยหรือ? รีบขอโทษพี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าเสีย!”
