ซูชิงหว่านพยักหน้า “ให้นางเข้ามาเถิด”
จวินจู่จิ้งหนิงที่นั่งอยู่ข้างกายถามด้วยความสงสัย “นางสนิทสนมกับเจ้ามากหรือ เหตุใดจึงมาหาเจ้า อ้อ ข้าได้ยินมาว่าวันนี้นางถูกจิ้งจวิ้นทุบตีอีกแล้ว ก่อนจากไปจิ้งจวิ้นยังประกาศว่าจะหย่านางด้วย”
ซูชิงหว่านถาม “เจ้าลองเดาดูสิว่านางมาคราวนี้ จะขอหย่ากับจิ้งจวิ้น หรือจะมาขอคืนดีกับเขา”
จวินจู่จิ้งหนิงตอบ “คนปกติย่อมเลือกหย่าแน่นอน อย่างไรเสียครอบครัวเดิมของนางก็มีฐานะไม่ต่ำ ทั้งยังคอยสนับสนุนนาง แต่ดูท่าทางนางเมื่อวานแล้ว ข้าเดาว่าแปดในสิบส่วนนางยังอยากใช้ชีวิตอยู่กับจิ้งจวิ้นต่อไป”
สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
ซูชิงหว่านพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ข้าเดาว่าเจ้าคงเดาถูกแล้ว”
จวินจู่จิ้งหนิงยังคิดจะพูดอะไรต่อ แต่กู้ยวนรั่วเดินเข้ามาเสียก่อน
อย่ามองว่าต่อหน้าจิ้งจวิ้น กู้ยวนรั่วจะว่าง่ายยอมคน คอยก้มหัวเอาใจสารพัด จนไม่เหลือมาดบุตรีคนโตสายตรงแห่งจวนโหวแม้แต่น้อย ทว่าพอเข้ามาในเรือนหลิงหลง นางกลับยืดหลังตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
จวินจู่จิ้งหนิงยังพอว่า แม้จะเป็นน้องสะใภ้ของนาง แต่ก็เป็นถึงจวินจู่ผู้สูงศักดิ์ นางย่อมไม่อาจล่วงเกินได้ ส่วนซูชิงหว่าน แม้ตอนนี้จะดูแลกิจภายในของจวนโหว แต่ถึงอย่างไรก็เป็นน้องสะใภ้ของนาง อีกทั้งชาติกำเนิดก็ไม่ได้ต่างจากตนมากนัก
ตามเหตุผลแล้ว ซูชิงหว่านควรแสดงความเคารพต่อพี่สามีอย่างนางให้มากกว่านี้
เมื่อนึกถึงตรงนี้ กู้ยวนรั่วก็เชิดคางแทบจะตั้งฉาก แล้วก้าวเข้าไปด้านใน ก่อนจะเห็นน้องสะใภ้ทั้งสองนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือสองตัวในโถงรับรอง
