ซูมู่ส่งสีหน้าประมาณว่า ‘เช่นนี้ค่อยใช้ได้หน่อย’ ให้เขา
เจ้าหัวโล้นขุ่นเคืองอยู่กับที่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลงไปสั่งให้คนเตรียมอาหาร
ครึ่งชั่วยามต่อมา เจ้าหัวโล้นนำลูกน้องสองคนยกอาหารหลายจานเข้ามาในห้อง
หน่อไม้แห้งผัดเนื้อหมัก ขาหมูตุ๋นซีอิ๊ว ผักป่าผัดตับหมู และข้าวสวยหอมกรุ่นชามใหญ่
อาหารการกินไม่เลวเลยนี่ มิน่าพวกโจรภูเขาถึงได้อ้วนท้วนสมบูรณ์กันทุกคน
ซูมู่ได้กลิ่นหอมแล้วท้องก็ร้องหิวขึ้นมาทันที
ร่างกายนี้ทนหิวไม่ได้จริง ๆ เพิ่งอดอาหารไปสองชั่วยามก็เริ่มหิวอีกแล้ว
แต่เมื่อมองอาหารบนโต๊ะ เขากลับขมวดคิ้วและไม่ยอมจับตะเกียบ
บุรุษร่างกำยำหัวโล้นสังเกตเห็นอย่างละเอียดถี่ถ้วน จึงถามด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ว่า “อะไรอีก ขาดอะไรหรือ?”
ซูมู่เอ่ยอย่างจู้จี้ว่า “ไม่มีน้ำแกง มีแต่กับข้าวแห้ง ๆ กินไม่ลง”
“เจ้า!”
เจ้าหัวโล้นกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หากไม่มีพี่ใหญ่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ เขาคงอยากชกเจ้าเด็กนี่สักหมัด
บุรุษผู้นั้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามข่มความไม่พอใจในใจ ก่อนกำชับเจ้าหัวโล้นว่า “ไปเตรียมน้ำแกงมาอีกอย่าง”
“ทำตัวเหมือนสตรีเสียจริง ช่างเอาใจยาก!”
เจ้าหัวโล้นบ่นอย่างไม่พอใจ ก่อนเดินลงไปอย่างจำใจอีกครั้ง
ไม่นานเจ้าหัวโล้นก็ยกน้ำแกงผักป่ามาอีกชาม
เขาวางชามลงบนโต๊ะเสียงดัง แล้วถามอย่างขุ่นเคืองว่า “คราวนี้พอใจหรือยัง?”
ซูมู่ตอบอย่างจำใจว่า “พอถูไถได้”
“เฮ้ ยังจะเลือกอีกหรือ!”
“ข้ากินข้าวไม่ชอบให้ใครมายืนจ้องอยู่ข้าง ๆ เจ้าลงไปเถิด หากมีธุระข้าจะเรียก”
