เงื่อนไขคือซูเสี่ยวถงต้องทำสัญญาขายตัวกับครอบครัวของพวกนาง จึงจะได้รับเงิน 15 ตำลึงในคราวเดียวล่วงหน้า เมื่อเข้าไปทำงานในจวนแล้ว ยังจะได้รับเงินเดือนเดือนละ 500 อีแปะอีกด้วย
หากได้เป็นสาวใช้คนสนิทของนายหญิง เงินเดือนก็เพิ่มขึ้นได้อีกหลายเท่า
เมื่อซูเสี่ยวถงได้ยินว่ามีเงินให้มากมาย ทั้งยังได้รับการปฏิบัติอย่างดี นางก็ตอบตกลงโดยไม่ทันคิด จากนั้นจึงลงนามในสัญญาขายตัวในวันเดียวกัน
นางยังกล่าวอีกว่าคุณหนูจากตระกูลมั่งคั่งผู้นั้นเป็นคนดี นอกจากจะจ่ายเงิน 15 ตำลึงให้อย่างไม่อิดออดแล้ว ยังอนุญาตให้นางกลับบ้านไปช่วยคนในครอบครัวเก็บเกี่ยวพืชผลในไร่นา ก่อนค่อยไปทำงานที่จวน
จนถึงบัดนี้ ซูเสี่ยวถงยังคงซาบซึ้งในบุญคุณของคุณหนูผู้มั่งคั่งผู้นั้น
หลังฟังเรื่องราวทั้งหมด ซูมู่ก็ทำหน้าเอือมระอา อยากผ่ากะโหลกซูเสี่ยวถงออกดูเสียจริงว่าสมองทำจากสิ่งใด
เขาอดยื่นมือไปจิ้มศีรษะนางไม่ได้ ก่อนตำหนิอย่างขุ่นเคืองว่า “ข้าถามเจ้าหน่อยเถิด เจ้าโง่หรืออย่างไร นี่เห็นชัดว่าเป็นหลุมพราง เจ้ามองไม่ออกหรือ?”
“เอ๊ะ... มีปัญหาอะไรหรือ?”
ซูเสี่ยวถงงุนงง นี่กลายเป็นหลุมพรางไปได้อย่างไร นางก็ไม่ได้ถูกหลอกเสียหน่อย
กลับกัน คุณหนูผู้มั่งคั่งผู้นั้นยังเป็นคนดีเสียด้วย ให้เงินนางตั้งมากมาย ทั้งยังไม่กลัวว่านางจะหนีไป
คนอื่น ๆ ก็ฟังไม่ออกเช่นกันว่าเรื่องนี้มีปัญหาตรงไหน ฟังเผิน ๆ แล้วคุณหนูผู้นั้นก็ดูเป็นคนดีจริง ๆ
เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของคนทั้งบ้าน ซูมู่ก็รู้ว่าทุกคนยังไม่เข้าใจเล่ห์เหลี่ยมเบื้องหลัง
