“พูดเรื่องพี่หญิงใหญ่ของข้าก่อนเถิด”
แววตาจ้าวโหยวเหลียงไหววูบ “อืม... พี่หญิงของเจ้ามีเรื่องอันใดหรือ?”
“พี่หญิงของข้าถูกมารดาท่านขับออกจากบ้าน นางเป็นหญิงมีครรภ์แก่ใกล้คลอด แต่กลับถูกแม่สามีไล่ออกจากเรือน เรื่องนี้ท่านไม่ควรให้คำอธิบายสักหน่อยหรือ?”
จ้าวโหยวเหลียงรู้แก่ใจว่าตนเป็นฝ่ายผิด จึงคิดหาถ้อยคำแก้ตัว “นั่นเป็นเพราะข้าไม่ได้อยู่บ้าน...”
ซูมู่กลับไม่เปิดโอกาสให้เขาอธิบาย “ท่านจะอยู่บ้านหรือไม่อยู่บ้าน มารดาท่านกล้าขับพี่หญิงของข้าออกมาได้ ก็เพราะท่านยินยอมมิใช่หรือ?
หากท่านให้ความสำคัญกับพี่หญิงของข้ามากพอ และดีกับนางมากพอ มารดาท่านจะกล้าขับนางออกมาหรือ? เป็นเพราะท่านทำได้ไม่ดีพอต่างหาก!”
ดังคำกล่าว ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ใดที่คลี่คลายไม่ได้ มีเพียงสามีและบุตรชายที่ไม่รู้จักประนีประนอมเท่านั้น
แม่เฒ่าปีศาจผู้นั้นกล้ารังแกพี่หญิงใหญ่ ก็เพราะท่าทีของจ้าวโหยวเหลียงไม่หนักแน่นพอ นางจึงได้กำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้
“ข้า...”
จ้าวโหยวเหลียงไร้คำแก้ตัว “ใช่ เป็นปัญหาของข้าจริง ๆ แต่ต่อไปข้าจะระวังให้มากกว่านี้”
ทว่า มีภรรยาแล้วก็ไม่อาจลืมมารดาได้ เขาควรทำเช่นไรดี?
ช่างยากลำบากเหลือเกิน
ทั้งที่ตอนเขาอยู่บ้าน พวกนางสองคนก็อยู่ร่วมกันได้ดี เหตุใดพอเขาขึ้นเขาไปล่าสัตว์ ปัญหาจึงเกิดขึ้นเล่า?
ตกลงแล้วปัญหาอยู่ตรงไหนกันแน่?
แม้จ้าวโหยวเหลียงจะยอมรับผิดด้วยท่าทีดี ทว่าซูมู่ก็มองออกว่าเขายังคิดไม่ตกว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
บัดนี้พี่หญิงใหญ่ตั้งครรภ์แล้ว และดูเหมือนเขาจะดีกับนางไม่น้อย หากจัดการความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ให้ดี ต่อไปพี่หญิงใหญ่ก็ยังพอมีวันที่สุขสบาย
