ที่ท่านหมอลู่พาซูมู่มาที่นี่ ก็เพราะเห็นว่าเขาเป็นบัณฑิตผู้หนึ่ง
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดในบรรดาร้านรวง คือภัตตาคารแห่งหนึ่งซึ่งตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง นามว่าหอโยวหราน
ข้างหอโยวหรานมีร้านหนังสือขนาดใหญ่ตั้งอยู่
การตกแต่งภายในหอโยวหรานมิได้หรูหราฟุ่มเฟือย ทว่ากลับงดงามเรียบง่าย วัสดุส่วนใหญ่ทำจากไม้ไผ่ ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
ระหว่างโต๊ะแต่ละตัวในโถงใหญ่มีฉากกั้นม่านโปร่งแบ่งแยก ผู้ที่รับประทานอาหารตามโต๊ะแต่ละโต๊ะจึงไม่รบกวนกัน
ในความทรงจำของซูมู่ สถานที่แห่งนี้มิใช่ที่แปลกหน้า ยามเจ้าของร่างเดิมมีเงินอยู่ในมือ เขามักใจกว้าง เชิญเพื่อนร่วมสำนักหลายคนมากินอาหารที่นี่
ทว่ามาไม่บ่อยนัก เพราะค่าใช้จ่ายที่นี่มิใช่น้อย อาหารมื้อหนึ่งแม้สั่งอย่างเรียบง่ายก็ต้องจ่ายหลายร้อยอีแปะ หากจัดเต็ม อย่างน้อยก็ต้องใช้เงินหนึ่งถึงสองตำลึง
ซูมู่ค่อนข้างชอบการตกแต่งภายในร้าน
เรื่องสุนทรียรสและความสำราญใจ คนยุคปัจจุบันอย่างเราเทียบคนโบราณไม่ได้จริง ๆ
ในโถงใหญ่มีแขกหลายโต๊ะกำลังรับประทานอาหาร ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มแต่งกายคล้ายบัณฑิต จับกลุ่มสองสามคนพูดคุยหัวเราะอย่างออกรส
ทั้งสองเพิ่งมาถึงหน้าประตู ก็มีบ่าวหนุ่มเดินเข้ามาถามไถ่อย่างกระตือรือร้น
บ่าวหนุ่มสวมชุดทำงานสีเขียวอ่อนเป็นหลัก บนใบหน้าประดับรอยยิ้มพอเหมาะ
“ท่านหมอลู่มาแล้ว เชิญด้านในขอรับ!”
“ขอถามว่า ท่านยังประสงค์จะนั่งที่เดิมหรือไม่ขอรับ?”
ขณะเอ่ย บ่าวหนุ่มก็เหลือบมองซูมู่ที่อยู่ข้างกายอย่างรวดเร็ว ครั้นเห็นท่าทีสุภาพของท่านหมอลู่ที่มีต่อเขา ก็รู้แก่ใจว่าคนผู้นี้ต้องมีฐานะไม่ธรรมดา
