ในจังหวะนั้นเอง
ประตูห้องวินิจฉัยที่ปิดสนิทอยู่พลันเปิดออกอย่างเงียบเชียบอีกครั้ง
“หืม?!”
ไป๋เยวียนกับพวกพากันระแวดระวังขึ้นทันที สายตาจับจ้องเข้าไปด้านใน เผื่อว่าจะมีผีดุร้ายเดินออกมา
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจก็คือ ยังคงไม่มีผีดุร้ายปรากฏตัว
ทันใดนั้น เสียงกลไกเย็นชาก็ดังขึ้น
“ผู้ป่วยหมายเลข 001 ไป๋เยวียน กรุณาเข้ารับการตรวจที่แผนกจิตเวช ห้องหนึ่ง...”
“?”
ทุกคนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองไป๋เยวียนพร้อมกัน
“ฉันเหรอ? ผู้ป่วย?”
มุมปากของไป๋เยวียนกระตุก เขากล่าวว่า
“ที่นี่มีตั้งห้าคน ทำไมถึงจับได้ฉันคนเดียว...”
หวางชิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เลิกคิ้วขึ้น
“แสดงว่าโรงพยาบาลแห่งนี้ก็มีฝีมืออยู่บ้าง มองปราดเดียวก็รู้ว่าใครป่วย...”
“...”
ไป๋เยวียนเงียบไปชั่วขณะ ถึงกับหาคำมาโต้แย้งไม่ได้
หานอวี่ส่ายหน้า ไม่ได้หยอกล้อกับทั้งสอง แต่พูดอย่างจริงจังว่า
“ไปกันเถอะ เข้าไปด้วยกัน พวกเราเป็นญาติ น่าจะเข้าไปได้”
สถานการณ์ตอนนี้ไม่มีทางปล่อยให้ไป๋เยวียนเข้าไปคนเดียวอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงได้ตายฟรีแน่...
เสียงกรีดร้องเมื่อครู่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวพวกเขา...
หญิงชราก็ไม่ได้คัดค้าน เธอเดินขึ้นไปด้านหน้า ยืนเคียงข้างหานอวี่
ส่วนโจวหานแบกโลงศพ เดินอยู่ตรงกลางซึ่งค่อนข้างปลอดภัย เพราะเขาอ่อนแอที่สุด และมีโอกาสถูกฆ่าตายในพริบตาสูงที่สุด...
