“เอาละ เลิกพูดเหลวไหลแบบนี้ได้แล้ว...”
ไป๋เยวียนส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า
“คงต้องดูว่าจะมีโอกาสเก็บตกอะไรได้บ้างหรือเปล่า...”
หวางชิงเองก็ปิดปากเงียบ แล้วเริ่มสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ
ขณะนั้น
ผีหิมะกำลังประคองโลงศพสีดำไว้ ปลายนิ้วแผ่ไอเย็นเยียบสีเขียวอมขาวซึมเข้าไปไม่ขาดสาย
เดิมทีมันคิดว่าเจ้าของโลงศพคงถูกจัดการในไม่ช้า
แต่ไม่คาดเลยว่าอีกฝ่ายจะฝ่าวงล้อมสังหารของผีดุร้ายจำนวนมากหนีออกไปได้
ผีหิมะจึงจำต้องเริ่มกระตุ้นผีกระดูกขาวที่อยู่ในโลง หวังบีบให้มันออกมา
ทว่าอีกฝ่ายกลับนิ่งเสียยิ่งกว่าก้อนหิน เอาแต่หลบอยู่ข้างใน ทำตัวเป็นเต่าหดหัว ไม่คิดจะเผชิญหน้าต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
นี่ทำให้ผีหิมะมั่นใจว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัส จนหมดกำลังต่อสู้อย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้ความปรารถนาที่จะกลืนกินมันในใจผีหิมะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แต่ก็ไม่ได้เร่งร้อนเกินไป
ตอนนี้มันยังเปิดฝาโลงไม่ได้ แต่ขอเพียงให้เวลามันสักหน่อย ก็จะตัดขาดความเชื่อมโยงระหว่างโลงศพกับโจวหานได้
ถึงตอนนั้นโจวหานก็จะไม่ใช่คนภูตวิญญาณอีกต่อไป และมันก็จะเปิดโลงศพที่ไร้เจ้าของได้อย่างราบรื่น เพื่อค้นหาจ้าวผีกระดูกขาวที่อยู่ข้างใน!
เวลาผ่านไปทีละวินาที
ผีหิมะยืนนิ่งอยู่กับที่ พลางจัดการโลงศพตรงหน้า ส่วนรอบด้านมีผีดุร้ายระดับสามอักขระรายล้อมอยู่เต็มไปหมด พวกมันต่างรอคอยอย่างเงียบงันเช่นกัน
“แย่แล้ว บรรยากาศสงบสุขเกินไปหรือเปล่าเนี่ย?”
