“ขับร้องงิ้วหรือ?”
ไป๋เยวียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าชายร่างใหญ่คนนั้นเคยพูดเรื่องนี้จริง ๆ เพียงแต่เขาไม่ได้ใส่ใจ
“พวกท่านจะไปดูกันไหม? ได้ยินว่างิ้วเรื่องนั้นสนุกมากเลยนะ!”
หญิงวัยกลางคนยิ้มกริ่ม สีหน้าดูตื่นเต้นและกระตือรือร้นอยู่บ้าง
“หืม?”
ไป๋เยวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า
“เรื่องแบบนี้ พวกเราต้องไปดูอยู่แล้ว!”
กล่าวจบ เขาก็ส่งสายตาให้หวางชิงกับคนอื่น ๆ แล้วเดินตามชาวบ้านไป
ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงจุดหมาย เป็นลานโล่งกลางหมู่บ้าน
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร
บนลานโล่งแห่งนั้นก็มีเวทีงิ้วแบบง่าย ๆ ตั้งขึ้นมาแล้ว
ส่วนด้านล่างมีม้านั่งเรียงรายเป็นแถว
ชาวบ้านหลายสิบคนทยอยนั่งประจำที่ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม พูดคุยกันอย่างออกรส ดูเหมือนจะตั้งตารอการแสดงที่จะเริ่มขึ้นในไม่ช้า
“พี่ไป๋ พวกเราจะดูจริง ๆ เหรอ?”
โจวหานหาวหวอด เขาไม่สนใจงิ้วแม้แต่น้อย
“กิจกรรมที่คนมารวมตัวกันแบบนี้ มีโอกาสเจอผีดุร้ายมากที่สุด”
ไป๋เยวียนมีสีหน้าเรียบเฉย เขาส่งเสียงผ่านพลังลี้ลับว่า
“ฉันสังหรณ์ว่า คืนนี้อาจมีศึกใหญ่ เตรียมตัวให้พร้อม!”
หานอวี่กับอีกสองคนพยักหน้า สีหน้ากลับมาเคร่งขรึม
แววตาของไป๋เยวียนไหววูบ ราวกับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เขาหันไปมองม่านราตรีที่อยู่ไกลออกไป
มีคนแต่งหน้าแต่งตาแบบงิ้วเดินตรงเข้ามาอย่างแช่มช้อย
ใบหน้าของคนผู้นั้นแต้มแป้งและสีสัน ส่วนร่างกายสวมชุดงิ้วสีน้ำเงิน ดูแล้วเหมือนนักแสดงอยู่ไม่น้อย
