“ฮี่ ๆ... ฮี่ ๆ...”
ไป๋เยวียนยืนอยู่กลางถนน จมดิ่งอยู่ในภาพฝันถึงอนาคตเสียแล้ว...
ราวกับมองเห็นตัวเองนำทัพผีดุร้ายนับไม่ถ้วน ฝ่าฟันเส้นทางเอาชีวิตรอดในยุคอาถรรพ์อันโหดร้าย...
ข้างกายเขา หมายเลขเก้ายืนนิ่ง สีหน้าเฉยชา
ดีที่มันไม่มีสติรู้คิด ไม่อย่างนั้นคงหนีห่างจากเจ้าหมอนี่ไปตามสัญชาตญาณแล้ว...
และในตอนนั้นเอง
ไอเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็แผ่เข้ามา
เสียงหัวเราะของไป๋เยวียนพลันหยุดกึก ความคิดเพ้อฝันก็สลายไป เขากลับคืนสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง
“เอ๊ะ? มีอะไรหรือ?”
สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย คราวนี้ถึงได้มีเวลาสำรวจสถานที่ที่ตัวเองอยู่
เวลานี้เขากับหมายเลขเก้ายืนอยู่บนถนนร้างไร้ผู้คน สองข้างทางปิดเงียบสนิท รอบด้านเงียบสงัด ราวกับหลงเข้ามาในแดนมรณะ
“ที่นี่ก็เป็นแดนลี้ลับด้วยหรือ?!”
เขาเข้าใจได้ในทันที แววตาพลันเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
ไป๋เยวียนรู้ว่าสถานีที่รถไฟใต้ดินผีแล่นผ่านล้วนเป็นแดนลี้ลับ แต่เหตุผลที่เขาลงจากรถเมื่อครู่ไม่ใช่เพราะถึงสถานี หากเป็นเพราะรถไฟใต้ดินผีพังทลาย
ดูจากตำแหน่งแล้ว ตอนนี้เขาน่าจะอยู่ระหว่างสถานีสองแห่ง
แต่ไม่คิดเลยว่าที่นี่จะเป็นแดนลี้ลับด้วย...
“พี่ผี ช่วยดูสถานการณ์ให้หน่อย!”
ไป๋เยวียนมีสีหน้าระแวดระวัง จึงให้หน้ากากผีออกไปตรวจสอบสถานการณ์ก่อน
หากไม่ได้ประสบการณ์จากพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ตอนนี้เขาคงพาหมายเลขเก้าไล่ฆ่าไปทั่วแล้ว
