“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เทียนชิงคงกดดันไม่น้อยจริง ๆ...”
ผู้อาวุโสหนิงที่อยู่ข้าง ๆ ส่ายหน้า แววตาฉายความสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
เดิมทีเขาคิดว่าการประลองครั้งนี้คงไม่มีอะไรให้ลุ้น แต่ใครจะคิดว่าไป๋เยวียนจะระเบิดพลังออกมาได้ถึงขนาดนี้...
แต่พวกเขาไม่รู้ว่าไป๋เยวียนไม่ได้มีวัตถุผีร่วมกำเนิดคู่ หากแต่มีพลังผีดุร้ายสองสาย...
หากวันใดเขาหลอมรวมพลังผีดุร้ายสายที่สาม สายที่สี่ หรือมากกว่านั้นได้ แล้วยังใช้พลังเหล่านั้นประสานกันได้อีก โลกทัศน์ของคนพวกนี้คงพังทลายลงแน่...
ขณะนั้นเอง
แววตาของเฉินเทียนชิงก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงเช่นกัน
เขามีความทรงจำของขั้นหกอักขระ จึงมองออกว่าไป๋เยวียนเผยพรสวรรค์อันน่าตื่นตะลึงออกมา
“ใช้พร้อมกันได้หรือ?”
เฉินเทียนชิงเลียริมฝีปาก ก่อนพึมพำกับตัวเองว่า
“ต่อให้เป็นอัจฉริยะเหนือคน ก็ต้องแพ้ฉัน!”
ชั่วพริบตา
พลังลี้ลับในร่างเขาปะทุออกมา ผิวหนังที่เผยให้เห็นพลันเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ทั้งยังผุดจ้ำศพน่าสยดสยองขึ้นมาทีละจุด
เพียงชั่วครู่
เฉินเทียนชิงก็ราวกับกลายเป็นผีดุร้ายที่เดินได้ ดวงตาทั้งสองข้างไร้ชีวิตชีวา ทว่าความคิดยังคงเป็นมนุษย์
เห็นได้ชัดว่าเขาเข้าสู่สภาวะแปลงกายเป็นผีดุร้ายโดยตรง!
ยิ่งไปกว่านั้น วัตถุผีร่วมกำเนิดของเขายังเป็นกายผี การแปลงกายเป็นผีดุร้ายจึงเพิ่มพูนพลังต่อสู้ให้เขาได้อย่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม!
ตอนนี้พลังที่เขาระเบิดออกมาไม่เพียงทัดเทียมขั้นสี่อักขระ แม้แต่กลิ่นอายก็อยู่ในระดับขั้นสี่อักขระแล้ว
หากคนที่ไม่รู้สถานการณ์ของเขาเห็นเข้าแวบแรก คงคิดว่าเขาเป็นผู้มีพลังขั้นสี่อักขระ!
“ผีดุร้ายขั้นสามอักขระตั้งหลายตัว ยังทำอะไรฉันไม่ได้!”
