“ในที่สุดก็จัดการไอ้หนูนี่ได้สักที!”
เจียงเกาเซวียนมองดูพลังดาบที่สลายหายไป ความสะใจพลันเอ่อล้นขึ้นในใจ
หากไม่ฆ่าไป๋เยวียน เกรงว่าต่อไปเขาคงนอนไม่หลับแน่...
“ถึงจะไม่ได้ของรางวัลอะไรติดมือ แต่กลับไปขอเงินค่าหัวจากคนตระกูลลู่ก็คงไม่เลว...”
เจียงเกาเซวียนพึมพำกับตัวเอง
สีหน้าเขาไหววูบ ก่อนจะเก็บดาบยาวกับธงผีในมือ แล้วรีบออกจากโรงยิมไปทันที
อย่างไรเสีย จุดประสงค์ที่เขามาเมืองเป่ยชวนไม่ใช่เพื่อฆ่าไป๋เยวียนกับพวก แต่เพื่อกวาดล้างครั้งใหญ่...
ในเวลานี้เอง
บนดาดฟ้าของอาคารแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายหมื่นเมตร
ร่างของไป๋เยวียนกับพวกก็ปรากฏขึ้นในพริบตา
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?!”
หวางชิงรีบประคองไป๋เยวียนที่อยู่ข้างกาย
เวลานี้ บริเวณหน้าอกของไป๋เยวียนมีบาดแผลน่าสยดสยองปรากฏขึ้น ราวกับเกือบจะผ่าร่างทั้งร่างของเขาออกจากกัน...
หากถูกฟันแยกเป็นสองท่อนจริง ๆ ต่อให้เป็นร่างอมตะก็ใช่ว่าจะช่วยชีวิตกลับมาได้...
“แค่ก ๆ...”
ไป๋เยวียนกระอักเลือดออกมาจำนวนมาก ก่อนจะเอ่ยว่า
“ยังไม่ตายหรอก...”
เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองจะหนีไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว
แต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะระเบิดพลังฟันดาบอันน่าสะพรึงออกมาในช่วงสุดท้าย...
ที่เขารอดจากคมดาบซึ่งควรปลิดชีพได้ นอกจากร่างกายจะแข็งแกร่งแล้ว หน้ากากผียังช่วยลดทอนอานุภาพลงไปไม่น้อย
แน่นอนว่าการลงมือของหน้ากากผีย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย มันผลาญเหรียญผีไปมากกว่าหมื่นเหรียญในคราวเดียว...
