ในตอนนั้นเอง
สายตาของเขาพลันไหววูบ ก่อนจะถูกป้ายวิญญาณอีกแผ่นที่สั่นสะเทือนดึงดูดไว้
“พี่หยวน ถึงเวลาออกมาแล้ว!”
เจียงชิงหย่งยิ้มบาง ๆ ก่อนยื่นมือขวาที่ผอมแห้งออกไป เขาสอดมือเข้าไปในป้ายวิญญาณได้อย่างง่ายดาย ราวกับภายในนั้นมีมิติแยกต่างหากอยู่
วินาทีถัดมา
พลังลี้ลับอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านจากมือของเขา ก่อนจะคว้าศพไร้หัวซึ่งสวมเสื้อผ้าป่านออกมาจากป้ายวิญญาณ
สิ่งที่ชวนให้ผู้พบเห็นขนหัวลุกก็คือ
ศพนั้นกลับบิดตัวไปมาได้อย่างอิสระ ราวกับยังมีชีวิตอยู่...
“พี่หยวน ท่านลืมหยิบหัวมาด้วย...”
เจียงชิงหย่งไม่ได้แสดงท่าทีตกใจ เขายื่นมือเข้าไปในป้ายวิญญาณอีกครั้งแล้วควานหา
ครู่ต่อมา
ศีรษะของชายวัยกลางคนที่มีผมยาวสยายก็ถูกคว้าออกมา
เขามองเจียงชิงหย่งแล้วเอ่ยว่า
“เจ้าหนู เลิกรีบร้อนขนาดนี้ได้ไหม? ทำเอาฉันลืมใส่หัวเลย”
“...”
เจียงชิงหย่งยิ้มเจื่อน แต่ไม่ได้พูดอะไร
ในเวลานี้เอง
ศีรษะนั้นกระโดดขึ้นไปประกบกับคอที่ขาดของร่างไร้หัว เพียงชั่วพริบตาก็ต่อกลับเข้าที่
หากมีใครสังเกตให้ดี จะเห็นว่าสิ่งที่เชื่อมศีรษะกับร่างกายไม่ใช่เส้นเลือดหรือเส้นประสาท หากแต่เป็นเส้นใส ๆ ทีละเส้น...
“หลับใหลมาหลายปี ในที่สุดก็ฟื้นเสียที...”
เจียงหยวนบิดร่างไปมา เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ ขณะเดียวกันพลังลี้ลับในร่างก็แผ่ซ่านออกมา
ผ่านไปครู่ใหญ่
ในที่สุดเขาก็ควบคุมร่างกายของตนได้ ก่อนเอ่ยช้า ๆ ว่า
