“นี่คือสาเหตุที่ทำให้สามคนนั้นกลัวเมื่อครู่หรือ?”
ไป๋เยวียนพึมพำกับตัวเอง ในใจกระจ่างขึ้นมาแล้ว
ไม่ว่าใครก็ตาม หากเห็นผีดุร้ายนั่งอยู่บนไหล่ของทุกคน รวมถึงไหล่ของตัวเองด้วย ก็คงอดหวาดกลัวไม่ได้ ยิ่งสภาพจิตใจของสามคนนั้นก็ไม่ได้แข็งแกร่งนักอยู่แล้ว…
แต่ไป๋เยวียนไม่ได้หวาดกลัว ภาพตรงหน้านี้ทำให้เขาเพียงประหลาดใจเท่านั้น
วินาทีต่อมา
ภาพที่มองเห็นพลันเปลี่ยนไป ผีดุร้ายทั้งหมดหายวับ ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติอีกครั้ง
“เหล่าไป๋ เมื่อกี้นายเห็นอะไร?!”
หวางชิงสีหน้าไหววูบ รีบเอ่ยถาม
เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของไป๋เยวียนเมื่อครู่บ่งบอกว่าเขาเห็นบางสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น
ไป๋เยวียนกวาดตามองทุกคน ก่อนเอ่ยช้า ๆ ว่า
“กระดูกสันหลังของสามคนที่ตายไปเมื่อครู่ไม่ได้ถูกทุบจนหัก แต่…ถูกกดจนหัก!”
“หืม?”
ทุกคนชะงักไปเล็กน้อย ครู่หนึ่งยังไม่เข้าใจ
ถูกกดจนหัก? หมายความว่าอย่างไร?
ไป๋เยวียนเอ่ยต่ออย่างช้า ๆ ว่า
“ผี…อยู่เหนือหัวพวกเรา!”
เขาไม่ได้ใช้พลังลี้ลับปกปิดคำพูด ทุกคนจึงได้ยินกันถ้วนหน้า
ชั่วพริบตา สีหน้าของทุกคนพลันเปลี่ยนไปพร้อมกัน และเข้าใจในทันที
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้…”
หานอวี่พึมพำ พลันตระหนักขึ้นมา ก่อนกล่าวว่า
“จุดบอดเพียงแห่งเดียวของการโจมตีสะเปะสะปะเมื่อครู่ ก็คือเหนือศีรษะของทุกคน…”
เพราะกลัวจะโจมตีโดนพวกเดียวกัน พวกเขาจึงไม่มีทางเล็งเป้าหมายไปที่คนอื่น ทำให้ผีดุร้ายหลบเลี่ยงการโจมตีไปได้อย่างราบรื่น…
ในชั่วพริบตานั้นเอง
ชายร่างใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปพลันตัวสั่น เขาเห็นภาพเดียวกับที่ไป๋เยวียนเห็นเมื่อครู่
