ขณะนี้
เมื่อจางชิงเต้าเห็นว่าไป๋เยวียนไม่ได้ถูกข่มขู่จริง ๆ จึงคลายภาพมายาลง
ส่วนคนอื่น ๆ กลับไม่ทันสังเกตเห็นอะไรเลย ยังนึกว่าทั้งสองกำลังจ้องตากันอยู่...
“ไอ้หนู เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?”
ตอนนั้นเอง หน้ากากผีก็เอ่ยขึ้นว่า
“หรือหมอนั่นจะมองออกจริง ๆ?”
มันรู้สึกได้ว่าจางชิงเต้าเปิดใช้ภาพมายา แต่เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับได้ จึงปิดกั้นการรับรู้ทั้งหมดของตัวเอง ถึงอย่างไรจางชิงเต้าในภาพมายาก็น่ากลัวเกินไป ต่อให้เป็นมันก็ยังไม่มั่นใจว่าจะซ่อนตัวได้
“ไม่มีอะไร”
ไป๋เยวียนส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า
“ถึงจะมองออกก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร อีกอย่าง แกคงสู้กับอาจารย์ของฉันไม่ไหวหรอกมั้ง?”
ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากผีหรือจางชิงเต้า เขาก็ไม่ค่อยรู้ถึงระดับฝีมือของทั้งคู่ จึงอยากลองหยั่งเชิงดูสักหน่อย
“ถ้าฉันไม่สนใจว่าพลังต้นกำเนิดจะสิ้นเปลืองแค่ไหน ก็พอสู้กับหมอนั่นได้อยู่...”
หน้ากากผีเอ่ยขึ้นว่า
“แต่ความพยายามตลอดหลายปีของฉันอาจสูญเปล่า แถมบาดแผลอาจหนักกว่าครั้งก่อนด้วย...”
“...”
ไป๋เยวียนพยักหน้า
ดูท่าหน้ากากผีจะแข็งแกร่งกว่าสินะ?
แต่ก็ใช่ว่าจะตัดความเป็นไปได้ที่หน้ากากผีคุยโวทิ้งไปได้...
ตอนนี้เขาไม่ได้ถามต่อ แต่หันไปมองทรัพยากรลี้ลับในมือจางชิงเต้า แล้วลอบถอนหายใจ
“น่าเสียดายคริสตัลผีของฉันตั้งสิบห้าล้าน...”
เขายึดคริสตัลผีจากตระกูลเจียงและตระกูลลู่มาได้สิบสามล้าน บวกกับอีกหลายแสนจากภูเขาหมิง รวมถึงทรัพยากรที่ได้จากการสังหารคน ก็มีทั้งหมดเกินสิบห้าล้านมานิดหน่อยพอดี
