“นายคิดจะทำอย่างไร?”
หานอวี่หันมามอง
ไป๋เยวียนรับตำแหน่งหัวหน้าทีมมาครึ่งปีแล้ว เธอเชื่อใจเขามากทีเดียว
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา แม้อีกฝ่ายจะทำอะไรเหลวไหลอยู่บ้าง แต่ทุกครั้งก็ทำให้พวกเขากอบโกยผลประโยชน์กลับมาอย่างงาม…
“แน่นอนว่าต้องฆ่าผี!”
ไป๋เยวียนเลียริมฝีปากแล้วกล่าวว่า
“เมื่อก่อนพวกเราต้องเหน็ดเหนื่อยตามหาผีเพื่อฆ่า แต่ตอนนี้ทั่วทั้งสำนักศึกษามีผีดุร้ายอยู่เต็มไปหมด นี่มันต่างอะไรกับทองคำหล่นลงมาจากฟ้า?”
หากนักพรตเฒ่าไม่ปรากฏตัว ตอนนี้ไป๋เยวียนคงเลือกหลบเลี่ยงแรงปะทะไปก่อนอย่างแน่นอน
ผีหิมะสี่อักขระตนนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น…
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
ผีดุร้ายสี่อักขระถูกตรึงเอาไว้ อย่าว่าแต่จะลงมือกับพวกเขาเลย แค่จะเอาชีวิตรอดยังเป็นปัญหา พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องหวาดเกรงอะไรทั้งนั้น
นอกจากผีหิมะตนนั้นแล้ว ผีดุร้ายที่เหลือล้วนอยู่แค่สามอักขระ
ยิ่งไปกว่านั้น ยาเม็ดศิลปะทั้งห้าเม็ดของไป๋เยวียน แม้จะทำอันตรายผีดุร้ายสี่อักขระไม่ได้ แต่ผีดุร้ายสามอักขระที่เหลือต่างก็ได้รับบาดเจ็บมากน้อยไม่เท่ากัน
ถ้าไม่เป็นภัยคุกคามอยู่บ้าง ตอนนั้นผีดุร้ายตนอื่นก็คงไม่แตกตื่นขนาดนั้น…
“ว่าไง สนใจไหม?”
ไป๋เยวียนเลิกคิ้วถาม
“ฆ่าผีหรือ…”
โจวหานพึมพำกับตัวเอง ก่อนเอ่ยต่อว่า
“พี่ไป๋ ตอนนี้เสบียงพวกเราก็แทบไม่เหลือแล้ว…ถ้าเกิดเจออันตรายขึ้นมา…”
