ในขณะนั้น
ไม่ว่าจะเป็นจางชิงเต้าหรือไป๋เยวียน ต่างก็ตกอยู่ในความเงียบงัน เริ่มครุ่นคิดอย่างหนัก
“ผีหกอักขระนับร้อยตัว...”
ไป๋เยวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย พึมพำว่า
“ควรเลือกตายแบบไหนดีนะ?”
“???”
จางชิงเต้าหันขวับมามอง
ที่แท้แกกำลังคิดเรื่องนี้อยู่เรอะ?!
“เอ่อ...”
ไป๋เยวียนหัวเราะแหะ ๆ ก่อนกล่าวว่า
“อาจารย์ อย่ามองผมเลย ผมก็จนปัญญาเหมือนกัน...”
“ใครบอกล่ะ?”
จางชิงเต้าส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า
“พี่หน้ากากผีมีฝีมือเก่งกาจไร้เทียมทาน...”
“อย่าลากฉันไปเกี่ยวด้วย!”
หน้ากากผีตัดบททันที ไม่หลงกลคำเยินยอแม้แต่น้อย
“ผีหกอักขระนับร้อยตัว นี่จะให้ฉันไปตายหรือไง?”
“...”
มุมปากจางชิงเต้ากระตุก
ผีตัวนี้ดูเหมือนจะมีสติปัญญาอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ฉลาดกว่าเจ้าสัตว์ประหลาดพันเนตรนั่น หรือว่าอยู่กับไป๋เยวียนนานเข้าจนถูกสอนให้เสียคนไปแล้ว...
เขาเลียริมฝีปาก ลองหยั่งเชิงถามว่า
“คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง? ผมเห็นฝีมือพี่หน้ากากผีกับตามาแล้ว จัดการผีตัวเล็ก ๆ แค่นี้ไม่น่าจะยากเย็นอะไรไม่ใช่หรือ?”
“อะไรไม่ถึงขนาดนั้น? ที่ฉันพูดนี่ยังมองโลกในแง่ดีแล้วนะ!”
หน้ากากผีพูดว่า
“ถ้าพันเนตรบ้าคลั่งขึ้นมาอีกหน่อย ถึงตอนนั้นมันอาจเรียกราชันผีหกอักขระจากทั่วโลกมาเลยก็ได้...”
“...”
แม้มันจะยังพูดไม่จบ ไป๋เยวียนกับจางชิงเต้าก็อดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้
