“พวกนายสองคน...มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า?”
เวลานี้ ฉินอวิ้นขัดจังหวะบทสนทนาประหลาดราวกับไม่ใช่มนุษย์ของทั้งคู่ ก่อนส่งกระแสจิตถามขึ้นมา
“อะไรหรือ?”
จางชิงเต้ากับไป๋เยวียนตอบแทบจะพร้อมกัน สีหน้าชวนงุนงง
“...”
มุมปากฉินอวิ้นกระตุก
พวกนายสองคนนี่แสดงเก่งจริง ๆ...
เขายังไม่ยอมแพ้ จึงถามย้ำอีกครั้ง
แต่จางชิงเต้าก็ยังไม่ตอบอะไร
ตอนนี้มีคนมากมายอยู่รอบตัว เขาย่อมไม่รีบร้อนบอกความคิดของตน อย่างไรเสีย หากคนอื่นล่วงรู้เข้า คงไม่ดีแน่
เวลานี้
เมื่อเห็นว่าจางชิงเต้ายังคงไม่ยอมเปิดเผยอะไร ฉินอวิ้นก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ พลันคาดเดาขึ้นมาในใจว่า
“หรือพวกเขาคิดว่าฉันไม่ได้ลงแรงอะไร เลยกะจะปล้นฉันหลังจากนี้?”
เมื่อมองท่าทีแปลก ๆ ของทั้งสอง เขาก็ยิ่งมั่นใจขึ้นอีกหลายส่วน
พร้อมกับตัดสินใจแน่วแน่ว่า หลังประชุมเสร็จจะไม่แยกตัวไปไหนตามลำพังเด็ดขาด...
คิดได้ดังนั้น เขาก็คลายความกังวลลง แล้วเอ่ยว่า
“ทุกท่าน เปิดทางเชื่อมแล้ว ตามฉันมาได้เลย!”
เบื้องหน้าของเขาปรากฏอุโมงค์ใต้ดินมืดสนิท ทอดตรงลงไปยังหอปราบผี!
เหล่าคนภูตวิญญาณขั้นหกอักขระต่างก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย พากันตามฉินอวิ้นเข้าไปในทางเชื่อม
เห็นได้ชัดว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้มาเสริมผนึกเป็นครั้งแรก...
“พอดีเลย จะได้ดูให้รู้ว่าผีตัวนี้มีความสามารถแค่ไหน...”
จางชิงเต้าขยับความคิด แล้วเดินตามเข้าไปในอุโมงค์เช่นกัน
ไม่นานนัก
ยอดฝีมือขั้นหกอักขระทั้ง 20 คนก็เข้าไปยังใต้หอปราบผี
ส่วนคนอื่น ๆ ยังคงอยู่ในสถานที่ประชุม รอคอยอย่างเงียบ ๆ
พวกเขามีพลังไม่มากพอ หากได้รับผลกระทบจากผีใหญ่ อาจถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต ย่อมรู้ตัวดีจึงไม่ได้ตามเข้าไป
