“ดูกันก่อนค่อยว่ากัน”
จางชิงเต้าไม่ได้ยืนยันอะไร เพราะตอนนี้เขาเองก็ยังไม่รู้ระดับของผีกระดูกขาวชัดเจนนัก
“เสี่ยวหาน เปิดฝาโลง”
โจวหานพยักหน้า จากนั้นก็ขยับความคิด เตรียมจะปล่อยวิชาคำสาป
แต่เขาแค่ต้องการเปิดฝาโลงเท่านั้น จึงไม่ได้ใช้วิชาคำสาปเผาผลาญอายุขัยไปเปล่า ๆ...
ชั่วพริบตา ฝาโลงก็แง้มขึ้นเล็กน้อย
จางชิงเต้าก้าวออกมาเพียงก้าวเดียว ร่างก็ไปปรากฏข้างโลงราวกับเคลื่อนย้ายในพริบตา
ดูเหมือนช่องที่เปิดไว้จะแคบเกินไปจนมองไม่ชัด
จางชิงเต้าใช้มือขวาดันฝาโลง พลันพลังลี้ลับอันน่าสะพรึงกลัวก็ปะทุขึ้น เขาดันฝาโลงให้เปิดออกกว้างกว่าเดิมอย่างฝืนกำลัง
เมื่อเห็นภาพนี้
ไป๋เยวียนพลันสะดุ้ง สีหน้าแปรเปลี่ยน ดวงตาฉายแววประหลาดใจ
เขารู้ดีว่าผีกระดูกขาวต้องฟื้นคืนพลังจนถึงจุดสูงสุดเสียก่อน จึงจะเปิดฝาโลงได้
แต่จางชิงเต้ากลับทำได้เช่นกัน!
ชั่วขณะนั้น แววตาของเขาวูบไหว ในใจอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายอาจจัดการเรื่องนี้ได้จริง ๆ...
ทันใดนั้น หน้ากาผีในร่างของไป๋เยวียนก็เอ่ยขึ้นว่า
“คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย แถมยังพัฒนาได้รวดเร็วมาก...”
“หืม?”
ไป๋เยวียนชะงักไปเล็กน้อย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินหน้ากาผีเอ่ยชมใครสักคนแบบนี้
ถึงขั้นผีกระดูกขาวยังถูกมันเรียกว่าเป็นเพียงมดปลวก...
ไป๋เยวียนขยับความคิดแล้วพึมพำว่า
“เวลานี้นายยังกล้าคุยกับฉัน ไม่กลัวอาจารย์ใหญ่รู้ตัวหรือ?”
