ผ่านไปครู่ใหญ่
เจียงหยวนถอนหายใจ ก่อนเอ่ยช้า ๆ ว่า
“หัวหน้ากรมจางต้องการคำชี้แจงแบบไหนหรือ?”
“นายก็รู้อยู่แล้ว...”
จางชิงเต้าเลิกคิ้ว ส่งสายตาเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายเข้าใจเอาเอง
เจียงหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางกล่าวว่า
“หัวหน้ากรมจาง ของบนตัวนักพรตวิญญาณคำสาป คุณก็เอาไปหมดแล้ว ยังไม่พออีกหรือ?”
“หืม?”
จางชิงเต้าเบ้ปาก กล่าวขึ้นว่า
“เจ้าสำนักเจียง นั่นเป็นของที่ฉันลงแรงแย่งชิงมาด้วยตัวเอง เกี่ยวอะไรกับพวกนายด้วย?”
“...”
เจียงหยวนเงียบงันไปชั่วขณะ
“ถ้าไม่ชดเชยให้ ฉันก็คงต้องไปเยี่ยมถึงที่ด้วยตัวเองแล้ว...”
สีหน้าจางชิงเต้าเย็นชาลง สายตาทอดมองยอดเขาสูงตระหง่านที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอกอยู่ไกล ๆ
บนยอดเขานั้นเป็นที่ตั้งของประตูสำนักไป๋เฉินซาน...
“อ้อ เกือบลืมเตือนเจ้าสำนักเจียง ช่วงนี้มลทินทางจิตของฉันเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย หากเกิดควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมา ก็อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน”
จางชิงเต้ากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ แววตาวูบไหวเล็กน้อย
คำขู่โต้ง ๆ นี้ทำให้สีหน้าเจียงหยวนเปลี่ยนไปทันที
นี่คิดจะเสียสติกลางสำนักงานใหญ่ของสำนักไป๋เฉินซานหรือไร...
หากอีกฝ่ายเสียการควบคุมขึ้นมาจริง ๆ ต่อให้สำนักไป๋เฉินซานกำจัดเขาได้ ก็คงต้องนองเลือดและบาดเจ็บสาหัสจนยากจะเยียวยา
ถึงตอนนั้น อีกห้าขุมอำนาจชั้นยอดคงไม่ยอมให้สำนักไป๋เฉินซานอยู่ต่อแน่...
ผ่านไปครู่ใหญ่
เขาสูดหายใจลึก ก่อนกล่าวช้า ๆ ว่า
“เอาไป!”
