“ฉัน...”
เจียงเหวินเซวียนสะดุ้งวูบ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขารู้ตัวว่าคงพูดผิดแล้ว
แต่พอนึกได้ว่าตนเป็นศิษย์ของสำนักศึกษา แถมยังมีสำนักไป๋เฉินซานคอยหนุนหลัง จึงไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย ยังคงจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้
ชายชรามองอีกฝ่ายลึก ๆ ก่อนจะเก็บกลิ่นอายกลับไป แล้วเอ่ยช้า ๆ ว่า
“สถาบันต้าเซี่ยยึดมั่นในความยุติธรรมเสมอ หากมีข้อข้องใจอะไรก็แจ้งหัวหน้ากรมจางได้ทุกเมื่อ”
“เขาต่างหากที่...”
เจียงเหวินเซวียนกำลังจะพูดว่าจางชิงเต้าเป็นตัวการเบื้องหลังการเล่นพรรคเล่นพวก แต่พอนึกถึงนิสัยบ้าระห่ำและฝีมือของอีกฝ่าย ก็ได้แต่กลืนคำพูดลงคออย่างฝืนใจ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยเสียงแข็งว่า
“เรื่องนี้ ฉันจะไปบอกหัวหน้ากรมจาง แล้วยังจะไปชี้แจงกับเจ้าสำนักของพวกเราด้วย!”
พูดจบก็หันหลัง พาเพื่อนร่วมทีมจากไป
ส่วนลู่เฉินเฟิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่พอใจเช่นกัน ทว่าทำได้เพียงข่มอารมณ์ไว้
เห็นไป๋เยวียนและพวกได้ทรัพยากรไปมากมายเช่นนี้ เขารู้สึกทรมานยิ่งกว่าตอนที่ตัวเองเสียทรัพยากรไปเสียอีก...
“เห็นทีต้องสั่งสอนกันสักหน่อยแล้ว...”
ชายชรามองลู่เฉินเฟิงและพวก ก่อนจะส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้
แม้คนกลุ่มนี้จะมาจากขุมกำลังชั้นยอด แต่สำนักศึกษาก็ไม่เคยมีอคติต่อพวกเขา
เพราะสำนักศึกษาโดยเนื้อแท้แล้วก็คือฝ่ายภารกิจระดับสูง ภารกิจยากแค่ไหนก็ย่อมมอบรางวัลให้ตามความยากนั้น...
ในเวลานี้
ไป๋เยวียนและพวกเห็นสีหน้าไม่พอใจของลู่เฉินเฟิงกับพรรคพวกแล้ว อารมณ์ก็พลอยเบิกบานขึ้นมาทันที...
