ในชั่วขณะนั้นเอง
ไป๋เยวียนกำเส้นผมยาวของผีดุร้ายไว้แน่น ก่อนลากร่างของมันเข้ามาตรงหน้าอย่างรุนแรง
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมออกมาจากร่างผีดุร้าย ร่างของมันถึงกับสั่นเทิ้ม
มันไม่เคยพบมนุษย์ที่ใช้กำลังป่าเถื่อนขนาดนี้มาก่อน...
“กลัวแล้วหรือ?”
ไป๋เยวียนมองร่างอีกฝ่ายที่สั่นระริก มุมปากเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ
เขาไม่คิดเลยว่าพอมีพลังแล้ว การทำให้ผีดุร้ายหวาดกลัวจะง่ายดายถึงเพียงนี้...
อารมณ์สารพัดพลุ่งพล่านขึ้นในตัวผีดุร้าย พลังของมันจึงลดลงไปไม่น้อย
“ลาก่อน!”
ไป๋เยวียนจ้องก้อนเนื้อสีเลือดตรงลำคอของอีกฝ่าย แล้วซัดหมัดออกไปอย่างรุนแรงในพริบตา พลังลี้ลับอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมา จนแทบทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก!
ตูม!
ผีดุร้ายรับหมัดเข้าเต็ม ๆ เสียงร้องโหยหวนชวนขนลุกดังขึ้นทันที ศีรษะที่มีรูปร่างคล้ายก้อนเนื้อแตกกระจาย เลือดสดสาดกระเซ็นออกมาเป็นจำนวนมาก
พลังลี้ลับในร่างของมันไหลเวียน เริ่มฟื้นฟูบาดแผลอย่างรวดเร็ว
แต่ในพริบตาถัดมา
หมัดอันหนักหน่วงก็ซัดเข้าใส่อีกครั้ง ทำให้อาการบาดเจ็บของมันยิ่งสาหัสกว่าเดิม!
“ตายซะ!”
ไป๋เยวียนสีหน้าไร้อารมณ์ ซัดหมัดแล้วหมัดเล่าโดยไม่ยั้งมือแม้แต่น้อย ภาพตรงหน้าเต็มไปด้วยเลือดและความรุนแรง!
“...”
หวางหลีกับคนอื่น ๆ เงียบงัน ได้แต่ยืนมองภาพนั้นนิ่ง ๆ จนตกตะลึงเสียพูดไม่ออก
พวกเขามองภาพตรงหน้า ราวกับกำลังดูหนังวิทยาศาสตร์สักเรื่อง...
ผีดุร้ายที่ใครได้ยินชื่อก็ขวัญผวา กลับอ่อนแอถึงเพียงนี้ เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยากจริง ๆ...
